ประมุขรักบี้ไทย ขอโทษแฟนกีฬารักบี้และแฟนกีฬาชาวไทย หลังทีมรักบี้ 7 คนหญิง พ่ายยับแบบทำสกอร์ไม่ได้ในทัวร์นาเมนต์พิเศษที่ฮ่องกง ยอมรับผู้เล่นชุดบียังไม่แข็งแกร่งพอ ซึ่งต้องรีบแก้ไข เฟ้นและสร้างดาวรุ่งชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ชุดใหญ่
ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้หญิงทีมชาติไทย ที่ถูกรับเชิญให้ไปแข่งรายการ เมลโรส เคลย์มอร์ คอมเพททิชั่น ระหว่างวันที่ 28 - 30 มี.ค. 2568 ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยมี คาซัคสถาน และ ฮ่องกง ร่วมแข่งด้วย โดยทีมสาวไทยชุดนี้ มีผู้เล่นแกนหลักเป็นกลุ่มดาวรุ่งและทีมชุดบี แต่ก็มีผู้เล่นทีมชาติไทยชุดใหญ่ 2 คนนำทัพคือ ภัสสร แจ้งจบ กับ จิรวรรณ ชูตระกูล
ทีมสาวไทยแพ้แบบขาดลอยทั้ง 2 นัด แถมไม่สามารถทำคะแนนได้เลย ทำให้ "บิ๊กต้น" พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่เดินทางไปร่วมชมการแข่งขันถึงขอบสนามไคตั๊ก สนามกีฬาแห่งใหม่ของฮ่องกง ได้ออกมากล่าวขอโทษแฟนๆกีฬารักบี้ทุกคนที่ทำให้ต้องผิดหวังกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น
พ.ต.ท.กุลธน เผยว่า ต้องยอมรับว่าทีมชุดบีของไทย มาตรฐานยังสู้ คาซัคสถาน และ ฮ่องกง ไม่ได้ โดยเฉพาะคาซัคสถาน ที่สร้างทีมชุดนี้ ซึ่งเป็นชุดแห่งอนาคตมาแล้ว 2 ปี อายุนักกีฬาเขาใกล้เคียงกับทีมชุดบีของเรามาก ส่วนทาง ฮ่องกง ที่เป็นเจ้าภาพแน่นอนว่าเขาใช้ผู้เล่นชุดใหญ่อยู่แล้ว ทำให้เมื่อกลับมาจากฮ่องกง ตนจะเรียกประชุมทีมสต๊าฟโค้ชทีมหญิงเพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะจากคุณภาพแล้วทีมชุดใหญ่ กับ ทีมชุดบี มีมาตรฐานที่ห่างชั้นกันมาก และในอนาคตอาจจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพของทีมหญิงไทย เนื่องจากผู้เล่นหลักของทีมชุดใหญ่ก็อายุใกล้เลข 3 กันหมดแล้ว ก็จะต้องมีผู้เล่นชุดบี ขึ้นไปทดแทนรุ่นพี่
“เบื้องต้นจะต้องจัดการรูปแบบของทีมชาติใหม่ โดยจะทุ่มงบประมาณเพื่อสร้างชุดเยาวชนโดยเฉพาะด้วยการเฟ้นหานักกีฬาอีก 14 คน เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ที่มี 21 คน และจะต้องจัดผู้ฝึกสอนเข้ามาดูแลเข้มงวดกับเด็ก 14 คนที่ผ่านการคัดตัว ผมยอมรับว่าการที่ทีมหญิงไทยแม้จะเป็นชุดบี แพ้แบบสู้ไม่ได้แบบนี้มันคือสัญญาณที่เราจะต้องกลับมาทบทวนแก้ไข แต่ก็มีนักกีฬาประมาณ 3 คนจากทีมชุดบี ที่เล่นดี และอาจจะมีชื่อติดทีมชุดใหญ่ไปแข่งศึกรักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์สนามที่ 3 ที่โปแลนด์ ในช่วงวันที่ 11-12 เม.ย.นี้”