นุ้ก สงขลา ดวลเดือดเบียดชนะ กร นครปฐม 4-3 เฟรม คว้าแชมป์สนุกเกอร์ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2569 ครองบัลลังก์สมัยที่ 4 พร้อมรับเงินรางวัล 3 แสนบาท
การแข่งขันสนุกเกอร์ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 รายการ "ไทยแลนด์ แร็งกิ้ง แชมเปี้ยนชิพ นครสวรรค์ คัพ" ที่โรงยิม 4,000 ที่นั่ง สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569
พิธีปิดและการมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดนครสวรรค์ และ นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ร่วมมอบรางวัลให้กับนักกีฬา
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ใช้ระบบ 4 ใน 7 เฟรม เป็นการโคจรมาพบกันของสองจอมคิวระดับประเทศ "นุ้ก สงขลา" กฤษณัส เลิศสัตยาทร แชมป์เก่าปีที่แล้วและจอมคิวมือ 1 ของไทย ลงสนามดวลกับ "กร นครปฐม" ภาสกร สุวรรณวัฒน์ นักสอยคิวมือ 3 ของไทย โดยสถิติการพบกันก่อนหน้านี้ 9 ครั้ง เป็นทางด้าน กร นครปฐม ที่ทำได้ดีกว่าด้วยการเอาชนะไป 5 ครั้ง ส่วน นุ้ก สงขลา ชนะ 4 ครั้ง
เปิดฉากเฟรมแรก นุ้ก สงขลา ออกนำก่อน 37 แต้ม แต่มาพลาดดำหลุมบนขวา เปิดโอกาสให้ กร นครปฐม ลุกขึ้นมาตบ 2 ไม้ แทงแซงชนะไป 74-37 ขึ้นนำ 1-0 เฟรม เข้าสู่เฟรมสอง ภาสกร ยังแทงได้ไหลลื่นออกนำ 34-0 ก่อนจะหลุดชมพู กฤษณัส ลุกมาตบทำ 25 แต้ม แต่มาพลาดแทงดำเปลี่ยนหลุมกลาง ส่งผลให้ กร นครปฐม พยายามแทงกัน ทว่าขาวฟัดจมูกหลุมกลางถึง 2 ครั้ง เปิดทางให้ นุ้ก สงขลา ได้ตบง่ายๆ เอาชนะไป 77-42 เสมอกัน 1-1 เฟรม
เฟรมสาม กร นครปฐม ออกสตาร์ทตบนำ 33-0 แม้จะมีช็อตแทงฟาวล์ แต่ยังนิ่งพอที่จะตามตบเอาชนะไปได้ 67-23 นำอีกครั้ง 2-1 เฟรม ทว่าในเฟรมที่สี่ ภาสกร แทงผิดพลาดถึง 4 ครั้ง ส่งให้ นุ้ก สงขลา ได้ส้มบิลต์ตบง่ายๆ เอาชนะขาดลอย 68-6 เสมอกัน 2-2 เฟรม จากนั้นเฟรมที่ห้า ภาสกร เริ่มออกอาการแทงผิดเหลี่ยม ทำให้ นุ้ก สงขลา ตบชนะไปสบายๆ 75-8 ขึ้นแท่นนำ 3-2 เฟรม
เข้าสู่เฟรมที่หก นุ้ก สงขลา แทงพลาดเพียงครั้งเดียว ถูก กร นครปฐม ลุกขึ้นมาสอยแต้มขาด 65-12 เสมอกัน 3-3 เฟรม ต้องไปตัดสินกันในเฟรมสุดท้าย ซึ่ง นุ้ก สงขลา อาศัยจังหวะผิดพลาดของ ภาสกร ถึง 3 ครั้ง เข้าเบรกตบปิดเกมเอาชนะไป 74-9
จบการแข่งขัน กฤษณัส เลิศสัตยาทร เฉือนชนะ ภาสกร สุวรรณวัฒน์ ไปอย่างสนุก 4-3 เฟรม (37-74, 77-42, 23-67, 68-6, 75-8, 12-65, 74-9) ป้องกันแชมป์พร้อมผงาดคว้าแชมป์ประเทศไทยเป็น สมัยที่ 4 ในชีวิต รับเงินรางวัล 300,000 บาท ส่วนรองแชมป์ ภาสกร สุวรรณวัฒน์ รับเงินรางวัล 150,000 บาท พร้อมคว้าเงินรางวัลพิเศษ 20,000 บาท จากรางวัลเบรกสูงสุดของรายการที่ทำไว้ 126 แต้ม



