เหมือนที่ รถถัง ให้สัมภาษณ์หลังการชกเลยนะครับ
เมื่อถูกพิธีกรถามถึงชัยชนะอันงดงาม "ถัง" ยกกำปั้นข้างซ้ายของตัวเองขึ้นมา มองดูมันด้วยความรู้สึกอย่างไรไม่อาจทราบได้ แล้วเขาก็พูดคำแรกว่า
"อะเมซซิ่งงงง มากกก"
ผมก็อะเมซซิ่งไปกับเขาด้วย ไม่คิดเหมือนกันว่าซ้ายของรถถังจะคมและหนักขนาดนั้น
ซ้ายหวาน ๆ หมัดนั้นเข้าโฟกัสเต็มกระโดงคางของ ทาเครุ เซกาวา แบบที่ "ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ"
ไม่เบื่อจริง ๆ นะครับ ดูแล้วดูอีก ดูแล้วก็ยังดูได้อีก
ถ้าจะพูดว่าศึก One172 จบลงอย่างสวยงามที่สุดเพราะมันปิดฉากด้วยหมัดที่สมบูรณ์แบบที่สุดของวันก็คงไม่ผิดไปจากความจริงนักนะครับ
"ซ้าย" ของ "ถัง" หมัดนี้จะถูกฉายซ้ำไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า
สำหรับเราและแฟนหมัดมวยทั่วโลก เพราะมันเป็นหมัดน็อกที่สวยงาม แม่นยำ หนักหน่วง และคมคาย
แต่สำหรับ "ถัง" แล้วมันคงไม่ใช่เพียงแค่นั้น เขาน่าจะรู้สึกกับ "ซ้าย" นี้ของเขายิ่งกว่าเราหลายเท่า เพราะมันเป็นหมัดน็อกที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
กับคนที่เคยเจ็บหมัดข้างเดียวกันมาก่อน
กับคนที่เคยตกเป็นเป้าโจมตีของสังคม ถูกกระทืบแทบจมดินในดราม่าหนัก ๆ เรื่องทำน้ำหนัก 2 ครั้งมาแล้ว
เขาเองก็รู้ ไม่ใช่ไม่รู้.. และผมเชื่อว่าคนที่ผิดหวังมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเขา
คงไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้ที่จะกลับมาอีกครั้ง การกอบกู้ชื่อเสียงที่เสียไปนั้นต้องอาศัยพลังกายและพลังใจอย่างมหาศาล
กว่าจะมาเป็น "ซ้าย" ข้างนั้นของ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ในไฟต์นี้
กว่าจะมา "ซ้าย" ที่สวยงามและสว่างวาบยิ่งกว่าแสงแฟลชแวบวับและไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องละลานตา
ไม่มี "ไฟ" ดวงไหนสวยไปกว่า "ไฟ" แห่งความมุ่งมั่นที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งของ "ถัง"
พิสูจน์ตัวเองผ่านหมัดซ้ายหมัดนั้น ในจังหวะน็อกที่สวยงามของเขา
ผมชอบภาพนี้มากครับ เป็นภาพที่เห็นปุ๊บก็คิดเอาไว้เลยว่าจะนำมันมาลงประกอบโพสต์นี้แน่
อลังการ องอาจ เป็นที่หนึ่ง และดูยิ่งใหญ่สมกับความเป็นตัวเขา
สมกับเป็นการกลับมาของรถถัง ที่ไม่ได้กินเวลาแค่ 1 นาทีเศษ ๆ อย่างที่การชกจบลง หากมันคือความพยายามตลอดเวลานาทีนับตั้งแต่ตกตาชั่งเป็นหนที่สองเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
"ซ้าย" ของ "ถัง" จึงเหมือนจะเกิดขึ้นด้วยแรงบวก 2 ประการ
ประการแรก คือการฟิตซ้อมเตรียมตัวเพื่อเอาชนะเสียงวิจารณ์หนักหน่วงในดราม่า 2 ครั้งใหญ่
และประการที่สอง คือการใส่ใจมาก ๆ กับซ้ายข้างที่เคยเจ็บ ซึ่งมันกลับกลายเป็นพลังแฝงให้รถถังโดยไม่รู้ตัว
คล้ายกับว่าเมื่อหมัดซ้ายเคยเจ็บ เขาจึงพยายามเน้นมันให้มาก
เน้นเพราะไม่อยากให้มันเป็นจุดอ่อน
ซ้อม "ซ้าย" ให้ดีที่สุด ปล่อยออกมาเมื่อไหร่ต้องคม ต้องแม่น ต้องเข้าเป้า
ต้องไม่วืดวาดหรือเบาหยอง ปล่อยมันออกมาต้องโดน และต้องหนัก
จากความวิตกว่าอาจเป็นจุดอ่อน "ซ้าย" ของ "ถัง" เลยกลับกลายเป็นจุดแข็งแบบแข็งโป๊กในไฟต์นี้
ทั้งเร็ว ทั้งคม ทั้งหนัก
ใครที่ได้ดูการชกตลอด 1 นาทีเศษของ รถถัง กับ ทาเครุ คงเห็นไม่ต่างกันนะครับ ซ้ายของเขาฉายความอันตรายตั้งแต่ช่วงแรก ๆ แล้ว
กำลังคิดในใจอยู่เลยว่า ไฟต์นี้หมัดของรถถังคมดีแฮะ เขาก็ปล่อย "ซ้าย" เปรี้ยงนั้น
"ซ้าย" ที่ทำให้ไฟต์จบลง และเป็น "ซ้าย" ที่กระชากความยิ่งใหญ่กลับมาหาเขาอีกหน
"ซ้าย" ของ "ถัง" สมบูรณ์แบบจริง ๆ ครับ
ตังกุย