ในบรรดาเสือหมอบทั้งหมดของ Cervélo มีอยู่หนึ่งรุ่นที่ได้สร้างชื่อเสียงและมีนักปั่นทั้งในอดีตและปัจจุบันรู้จักมากที่สุด นั่นคือ Soloist
โดยจุดเด่นของ Cervélo Soloist คือเป็นเสือหมอบประเภท All-Around คันเดียวจบ นักปั่นสามารถใช้เป็นเสือหมอบอเนกประสงค์ได้ ตั้งแต่ ลงแข่งขันระยะสั้น ไปจนถึงการแข่งขันทางไกล ยิ่งไปกว่านั้นใช้ปั่นชิลๆ จิบกาแฟวันหยุดก็ยังได้
จุดเด่นของ Soloist คือออกตามตามหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Cervélo อยู่แล้ว เป็นเฟรมที่มีน้ำหนักเบา เพื่อความสติฟฟ์ที่มากขึ้น ส่งผลทำให้การตอบสนองต่อแรงที่ส่งไปจากนักปั่น ทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ด้วยความชาญฉลาดของวิศวกรออกแบบ ได้มีการจัดลำดับของการวางเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ที่สลับซับซ้อน จึงทำให้ Soloist แม้จะมีความสติฟฟ์สูง แต่ยังคงความนุ่มนวลไว้ได้
และนี่คือ เหตุผล 5 ข้อ ของ Cervélo Soloist สำหรับนักปั่นที่มองหาเสือหมอบคู่ใจซักคัน
1. คันเดียวจบทุกการแข่งขัน: ตั้งแต่ไครทีเรียมระยะสั้น คลาสสิคระยะกลาง 100-200 กิโลเมตร ไปจนถึงแข่งทางไกลหลายๆ วัน
2. คันเดียวจบทุกสถานะการณ์: ใช้ลงแข่งขันจริงจังสำหรับมือโปร ลงแข่งเสาร์-อาทิตย์ ในมือสมัครเล่น ปั่นออกกำลังกายสนุกๆ ปั่น Coffee Ride 50-60 กิโลเมตร ไปจนถึง ออแดกซ์หลายร้อยกิโลเมตร
3. องศา (Geometry) เร้าใจ แต่ให้ความพอดี อยู่ตรงกลาง ระหว่าง Cervélo S5 และ R5 ซึ่งเป็นตัวแข่งที่โปรมืออาชีพเลือกใช้เพื่อลงแข่งขันในรายการระดับโลก โดยที่ S5 เพื่อการสปริ้นท์และทำความเร็วทางราบ ส่วน R5 ใช้ใน Stage การแข่งขันไต่เขา จึงทำให้ Soloist เหมาะสำหรับนักปั่นทั่วไป
4. เฟรมแอโร ซ่อนสาย แต่ง่ายในการปรับเปลี่ยน: รองรับยางหน้ากว้างได้ถึง 700x34c ขี่นุ่ม สบายตัว, ปรับเปลี่ยนแฮนด์และคอแฮนด์ (Stem) ได้ง่าย จึงทำให้เมื่อต้องปรับองศาสไตล์การปั่นก็ไม่ใช้เรื่องยาก แถมยังสะดวกสบายเมื่อต้องใส่กระเป๋าจักรยานเพื่อเดินทาง
5. สะดวกและง่าย ในการดูแล/ซ่อมบำรุง: ใช้กะโหลก (Bottom Bracket) แบบเกลียว T47 BBRight ทำให้การถอดเปลี่ยนเป็นเรื่องง่าย ตัวเฟรมสามารถใช้ได้ทั้งชุดเกียร์ไฟฟ้าและชุดเกียร์กลไกดึงสาย