"เซลติกส์" ทุบ "แมฟส์ " นำ 2-0 เกม เอ็นบีเอ รอบชิง

"เซลติกส์" ทุบ "แมฟส์ " นำ 2-0 เกม เอ็นบีเอ รอบชิง
บอสตัน เซลติกส์ อดีตแชมป์ 17 สมัย เปิดบ้านถล่ม ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ 105-98 คะแนน ขึ้นนำ 2-0 เกม ในการแข่งขัน บาสเกตบอล เอ็นบีเอ รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 โดย เซลติกส์ ได้ ดรู ฮอลิเดย์ ทำไป 26 แต้ม สูงสุดในทีม

การแข่งขัน บาสเกตบอล เอ็นบีเอ รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 2  วันอาทิตย์ที่ 9  มิถุนายน 2567 หรือตรงกับวันจันทร์ ตามเวลาประเทศ ไทย  ดรู ฮอลเดย์ ทำ 26 แต้ม กับ 11 รีบาวด์ และ เจย์เล่น บราวน์ ทำไปอีก 21 แต้ม ช่วยให้ บอสตัน เซลติกส์ อดีตแชมป์ 17 สมัย  เปิดบ้านถล่ม ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ 105-98  คะแนน ขึ้นนำ  2-0 เกม ส่วน แมฟส์ ที่จะได้ กลับไปเป็น เจ้าบ้าน ในเกมที่ 3 และ 4 ได้ ลูก้า ดอนซิช ทำ ทริปเปิ้ล-ดับเบิ้ล 32 แต้ม 11  รีบาวด์  และ  11  แอสซิสต์  

ดัลลัส ที่ได้ ดอนซิช กลายเป็นผู้เล่นคนแรก ในประวัติศาสตร์ของทีม ที่ทำ ทริปเปิ้ล-ดับเบิ้ล ในรอบชิง เอ็นบีเอ ออกนำ 28-25 คะแนน เมื่อจบ ควอเตอร์ที่หนึ่ง หลังจากนั้น ใน ควอเตอร์ที่สอง บอสตัน ทำแต้ม แซงกลับมานำ 54-51 คะแนน เมื่อจบครึ่งแรก

ครึ่งหลัง เซลติกส์ ทำแต้ม หนีไปเป็น 83-74 เมื่อจบ ควอเตอร์ที่สาม ก่อนที่ แมฟเวอร์ริกส์ จะทำแต้ม ไล่มาเหลือ 98-103 คะแนน เมื่อเหลือเวลาอีก 1.15 นาที ก่อนที่ บราวน์ จะ เลย์อัพ ให้ เจ้าบ้าน ชนะไป  105-98 คะแนน ขึ้นนำ 2-0 เกม และเป็นการชนะสองเกมแรก ในรอบชิง เป็นครั้งที่เก้า ซึ่งจาก 8 ครั้ง ที่ผ่านมา พวกเขา ก็คว้าแชมป์ไปครองได้ทั้งหมด

สำหรับ บอสตัน ที่ไม่แพ้เกมนอกบ้าน ในรอบ เพลย์ออฟ เลย ในปีนี้ ได้ เจย์สัน เททั่ม ทำไปอีก 18 แต้ม  ,  12  แอสซิสต์ กับ 9 รีบาวด์ และ เดอร์ริค ไวท์ ทำไป 18 แต้ม กับ 3 สตีล ส่วน ดัลลัส ที่แพ้ เซลติกส์ เป็นนัดที่ 12 ติดต่อกัน  ได้ ไครี เออร์วิ่ง ทำไปอีก 16 แต้ม

โปรแกรม รอบชิงชนะเลิศ

  • เกมที่ 3: บอสตัน เซลติกส์ เยือน ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ วันที่ 13 มิถุนายน เวลา 7.30 น.
  • เกมที่ 4: บอสตัน เซลติกส์ เยือน ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ วันที่ 15 มิถุนายน เวลา  7.30 น.
  • เกมที่ 5: ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ เยือน บอสตัน เซลติกส์  วันที่ 18 มิถุนายน เวลา 7.30 น.
  • เกมที่ 6: บอสตัน เซลติกส์ เยือน ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ วันที่ 21  มิถุนายน เวลา 7.30 น.
  • เกมที่7 : ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ เยือน บอสตัน เซลติกส์  วันที่ 24  มิถุนายน เวลา  7.00 น.

ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport
X