ไทยลีก 2024-25 ใกล้ปิดฉากเข้ามาทุกขณะ การลุ้นแชมป์น่าจะไม่พลิกโผ เนื่องจากฟอร์มของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงร้อนแรงแบบต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ ดังนั้นโฟกัสจึงไปตกอยู่ที่การหนีตกชั้น เพราะมีหลายทีมที่อยู่ในข่าย
ตั้งแต่อันดับ 8 หรือครึ่งหนึ่งของตารางอย่าง อุทัยธานี เอฟซี ลงมา ทุกสโมสรมีโอกาสอยู่รอดและหล่นสู่ ไทยลีก 2 พอๆ กันหมด
ด้วยแต้มที่ใกล้เคียง เนื่องจากโซนสีแดงนั้นมีอยู่ 26 คะแนน เท่ากันอย่าง หนองบัว พิชญ เอฟซี กับ ระยอง เอฟซี ทำให้ทุกอย่างยังเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่บุกไปถล่ม นครราชสีมา เอฟซี 4-1 น่าจะทำให้พวกเขาอุ่นใจได้มากกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ในช่วงเลกแรก กว่างโซ้งมหาภัย ติดแหง็กอยู่ 3 อันดับรั้งท้ายนานกว่า 14 สัปดาห์ ซึ่งทำให้ผู้สันทัดลูกหนังไทย วิเคราะห์ว่าพวกเขามีสิทธิ์จะเป็นอดีตแชมป์ที่ต้องหล่นสู่ลีกรองตาม ชลบุรี เอฟซี ค่อนข้างแน่
ทว่านับตั้งแต่เปิดศักราชใหม่เป็นต้นมา เชียงราย ค่อยๆ เร่งฟอร์มทีละนิด โดยเฉพาะเกมในบ้านอันเป็นจุดแกร่งที่ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายเรื่อยๆ
ชัยชนะเหนือทีมใหญ่ ไม่ว่าจะ การท่าเรือ เอฟซี, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ยามเล่นที่ สิงห์ เชียงราย สเตเดี้ยม ช่วยเพิ่มกำลังใจให้พวกเขามหาศาล
แม้ความพ่ายแพ้ บุรีรัมย์ 0-8 จะเป็นเรื่องที่หนักหน่วง แต่การที่ "กว่างโซ้งมหาภัย" กลับมาได้ ต้องนับถือเรื่องของ 'หัวใจ' อันกร้าวแกร่ง เพราะถ้าสติหลุด มันจะหลุดยาว และเมื่อถึงตอนนี้โอกาสที่จะกู่ไม่กลับก็จะมีสูงตามไปด้วย
สไตล์การเล่นอันเหนียวแน่น รับแล้วรอโต้ คือสิ่งที่คู่ต่อสู้ของ เชียงราย อึดอัดเสมอ แน่นอนว่ามันอาจจะไม่เป็นที่โสภาของแฟนๆ ที่นิยมฟุตบอลเอนเตอร์เทน แต่ ณ ตอนนี้เป้าหมายแรกคือการอยู่รอดปลอดภัย ดังนั้นทุกแต้ม ทุกนัดจึงมีค่ามากๆ
กับอีก 3 เกมที่เหลืออยู่ แม้จะต้องเผชิญทีมในกลุ่มท้ายตารางเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่งานที่เหนือบ่ากว่าแรงสำหรับอดีตแชมป์ ไทยลีก 2019 เพราะจะได้เล่นในรังตนเองเจอ หนองบัว พิชญ ก่อนจะออกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี และปิดท้ายที่ ขอนแก่น ยูไนเต็ด
เชื่อว่าถ้า เชียงราย เก็บเพิ่มได้สัก 3 หรือ 4 คะแนน ก็น่าจะได้ไปต่อในซีซั่น 2025-26 แน่ๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาต้องระมัดระวังคือเรื่องสมาธิ เนื่องจาก กว่างโซ้งมหาภัย ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นโทรฟี่ ช้าง เอฟเอ คัพ กับ รีโว่ ลีก คัพ ทั้งสองรายการ
เข้าใจว่า เชียงราย คือเจ้าพ่อฟุตบอลถ้วยของสยามประเทศ กับการเป็นรองเพียง บุรีรัมย์ ทีมเดียวเท่านั้น แต่ถ้าปันใจไปหมดหน้าตัก บางทีอาจจะส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดใน ไทยลีก ก็เป็นได้
นี่คือห้วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของยอดทีมจากแดนเหนือโดยแท้จริง
เมษายน ต่อถึง พฤษภาคม เดี๋ยวคงได้รู้กันว่าสุดท้ายแล้วบทสรุปของ เชียงราย จะไปจบลงที่ตรงไหน
กว่างโซ้งและโอกาสอยู่รอดปลอดภัย
ภาพจาก : Chiang Rai United FC