ชัยชนะก็เรื่องหนึ่ง แต่การรวมพลังต่อสู้และพยายามสุดอย่างชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะนั่นต่างหาก
แฟนบอลคงไม่ได้เรียกร้องอะไรมากไปกว่านั้น
ภาพที่เกิดขึ้นในเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อคืนที่ผ่านมาคือภาพที่เราเคยเห็นกันอยู่เป็นประจำในยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
วิ่งลืมตาย สู้ลืมตาย ไม่ยอมแพ้จนกว่าเสียงนกหวีดหมดเวลาจะดังขึ้น
แพ้ชนะไม่รู้ บางครั้งก็กลับมาได้ บางครั้งก็กลับมาไม่ได้ แต่ไม่มีใครเสียใจหรือด่าทีมได้ลง ก็สู้กันขาดใจขนาดนี้
เก็บเกี่ยวความสุข ดื่มด่ำความอิ่มเอม ลุกขึ้นยืนปรบมือให้ขุนพลชุดแดง แล้วกลับบ้านนอนหลับฝันดี ภูมิใจกับทีม ๆ นี้
นั่นคือตัวตนของยูไนเต็ดที่เรารู้จัก พวกเขาเป็นแบบนี้ทุกเกมจริง ๆ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร
มันจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมกองเชียร์ยูไนเต็ดถึงรู้สึกผิดหวังบ่อย ๆ กับสิ่งที่ได้เห็นในยุคหลัง
เพราะพวกเขาสัมผัสกับมันไม่ค่อยได้ ถ้านักเตะจะบอกว่าเต็มที่แล้ว ก็ช่วยแสดงออกมาให้รู้สึกได้หน่อยเถิด
เรื่องแบบนี้ไม่ได้มีตัวเลขสถิติอะไรออกมาหรอก มันบอกผ่านกันทางภาษากาย
ไม่มีทางเลยที่ภาษากายอย่างเกมแพ้โคโม่ 1-4 แพ้บอร์นมัธ 0-3 หรืออีกหลายครั้งหลายหนตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะเล็ดรอดออกมาให้เห็นในยุคของเซอร์อเล็กซ์
สิ่งที่พวกเขาคาดหวัง ณ เวลานี้ก็คือ เกมล่าสุดพวกเอ็งทำให้เห็นได้แล้ว ขอให้ทำมันไปตลอดนะ อย่าทำให้พวกเราผิดหวังอีกนะ
เริ่มนับจากนี้เลย เกมต่อไปกับ แอสตัน วิลล่า สุดสัปดาห์นี้ มันต่อด้วยแดงเดือดกับลิเวอร์พูลหลังเบรกทีมชาติ
--------------
เกมรับมือโรม่าเมื่อคืนที่ผ่านมาทำท่าจะเข้าอีหรอบเดิมหลังจากผ่านไปแค่ 18 นาที ยูไนเต็ดโดนไปแล้ว 2 ดอก
ภาพเดิม ๆ แบ๊กเติมแล้วลงไม่ทัน ปล่อยพื้นที่โล่งโจ้ง
ดีเอโก้ ดาโลต์ รับไปทั้ง 2 ประตู ลูกแรกยังพอพูดได้ว่าเป็นจังหวะที่ ค็อบบี เมนู เสียบอลกลางสนาม เติมไปสุดแล้ววิ่งกลับลงมาไม่ทัน (แล้วก็ไม่มีใครช่วยขยับมารักษาพื้นที่ให้) ลูกสองหนักเลยโรม่าเปิดบอลจากประตูและกำลังครองบอลด้วยซ้ำ แต่แบ๊กโปรตุกีสขึ้นสูงเปิดพื้นที่แบ๊กซ้ายโล่งโจ้งอีกหน
ไม่เพียงเท่านั้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยังเตะสกัดทะเล่อทะล่าส่งบอลคืนกลับให้ ติอาโก้ ซูเล่ ได้ยิงดื้อ ๆ แล้วบอลก็โดนมือ อายเดน เฮฟเว่น เสียจุดโทษ..
ภาพเดิม ๆ ความผิดพลาดเดิม ๆ ความปั่นป่วนเดิม ๆ เสียประตูง่าย ๆ แบบเดิม ๆ
ครึ่งแรกจบลงโดยที่ยูไนเต็ดเกือบจะเสียประตูที่สามอีก 2-3 ครั้งแต่รอดตัวไปได้
บางคนอาจปิดทีวีเข้านอนแล้ว ก็ความผิดหวังเดิม ๆ ดูไปก็เสียความรู้สึก รอตื่นเช้ามาค่อยดูทีเดียวไปเลยดีกว่า
เพราะยูไนเต็ดสร้างโอกาสในพื้นที่อันตรายได้ไม่เพียงพอ เปิดพื้นที่ให้โรม่าได้เล่น ทีมเยือนตอบโต้มาแต่ละทีมีสะท้าน
ค่า xG แค่ 0.24 ส่วนโรม่า 1.53 โอกาสยิง 5 ครั้งไม่ตรงกรอบเลย พร้อมสกอร์ตามหลัง 0-2
ทุกอย่างยังดูแย่ บรูโน่ ยิงไม่ดีเองยังหันไปบ่นกะปอดกะแปดใส่ คาร์ลอส บาเลบา ก็ความเป็นบรูโน่อะนะ
นั่นแหละ วีรกรรมที่ผ่านมาในช่วงหลัง ๆ ทำให้แทบไม่ม่ีความหวังเลยว่าทีมจะกลับมาได้อย่างไร
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดครึ่งหลังกลับเป็นความประทับใจ ไม่อยากจะเชื่อสายตาแต่ก็พอจะพูดได้ว่าความภูมิใจกลับมาอีกครั้ง และหวังว่าทุกคนจะทำได้อย่างนี้ไปยาว ๆ เถอะ
ไมเคิ่ล คาร์ริค ไม่ได้แก้เกมด้วยการเปลี่ยนนักเตะคนไหนออก แต่ปรับวิธีเล่น
ปรี่เข้าหาเร็วขึ้น กดดันให้ต่อเนื่อง ไม่ให้บอลเป็นของโรม่า ไม่ให้พื้นที่ ไม่ให้มีเวลาคิด ตัดโอกาสโต้กลับของทีมเยือน
เน้น ๆ กับการเก็บบอลจังหวะสอง ทุกการปะทะต้องเป็นผู้ชนะ ไม่เหยาะแหยะ
เคลื่อนที่เร็วขึ้น ผ่านบอลเร็วขึ้น ดันเกมขึ้นไปครองบอลในแดนคู่แข่ง ให้บอลอยู่ไกลจากประตู ลดภาระให้แนวรับ
แน่นอนมันแลกมาด้วยการทำงานที่หนักขึ้นของผู้เล่นด้านบน แต่ทุกคนช่วยกันทำ
ความสำคัญอยู่ตรงนี้ล่ะครับ
การปรับเกมของคาร์ริคมีแล้ว แต่สิ่งที่จำเป็นต้องมีเช่นกันด้วยคือการตอบสนองของผู้เล่น
มันก็ย้อนกลับไปเหมือนวันที่คาร์ริคให้สัมภาษณ์หลังเกมยับเยินที่โคโม่นั่นแหละ ต่อให้คุณจะเล่นระบบอะไร ถ้าไม่ช่วยกันวิ่งเติมเกมรุก วิ่งลงมาช่วยเกมรับ มันก็ไม่มีประโยชน์
คราวนั้นเป็นอย่างนั้นก็เลยเละเทะกลับมา
แต่คราวนี้ไม่ใช่ กลับกลายเป็นว่าทุกคนพร้อมถลกแขนเสื้อลุย ตอบสนองคำสั่งของเจ้านายเต็มที่
กองเชียร์ยูไนเต็ดคงยินดีที่ได้เห็นภาพแบบนี้ การต่อติดระหว่างข้างสนามกับในสนาม ความกลมเกลียวจากห้องแต่งตัว ส่งผ่านไปสู่การเล่นบนผืนหญ้า
ประกอบกับจังหวะจะโคนที่ลงตัว มันคลิกเข้ากันทีละจุด ๆ ไปจนเป็นภาพใหญ่
1. บาเลบาเจ็บถูกเปลี่ยนตัวออก ยูริ ตีเลมันส์ ลงแทน
เป็นการเปลี่ยนตัวภาคบังคับ ไม่รู้หรอกว่าคาร์ริคมีแผนใช้ตีเลมันส์ตอนไหนแต่ ณ เวลานั้นมันกลายเป็นเหมาะกับสถานการณ์
เพราะช่วงพักครึ่ง จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ กุนซือโรม่าเลือกถอด โรดริโก้ โมร่า ตัวอันตรายเวลาโต้กลับออกแล้วส่ง นิคโคโล่ ปิซิลลี่ กองกลางที่มีทีเด็ดเรื่องพังประตูลงไปแทน
เจตนาเพื่อเพิ่มความแน่นตรงกลาง แต่กลายเป็นเมื่อเจอความเข้มข้นของยูไนเต็ดกดดันต่อเนื่องตั้งแต่เปิดฉากครึ่งหลัง หาจังหวะตอบโต้ไม่ได้ เกมของโรม่าจึงตกเป็นรอง
ปีศาจแดงได้ครองบอลมากขึ้น แน่นอนถ้าบาเลบายังอยู่เกมตรงกลางก็จะยิ่งแน่นเก็บบอลได้หมดเพราะเป็นตัววิ่งไล่เข้าปะทะ เพียงแต่สถานการณ์เวลานั้นยูไนเต็ดอาจต้องการคุณสมบัติอีกแบบ
ภาคบังคับที่เกิดขึ้นเมื่อตีเลมันส์ต้องลงมา แม้ความเสี่ยงจะมากกว่าเดิมแต่ก็แลกมาด้วยคุณสมบัตินั้น คือคนที่ปล่อยบอลอย่างมีคุณภาพ จู่โจมได้ ทะลุแนวป้องกันได้ ช่วยตัวทำเกมอย่างบรูโน่อีกแรง
ประตู 2-2 จาก มาเตอุส คุนญ่า ก็มีจุดเริ่มจากบอลที่เคาะกันอยู่ทางขวา ไหลมาถึงตีเลมันส์เปิดตูมเดียวข้ามฟากเปลี่ยนแกนไปซ้ายให้บรูโน่
2. จุดโทษที่ได้ยิงใหม่
จุดพลิกผันสำคัญอีกจุดของเกม มันสามารถสวิงไปเป็นเลวร้ายได้เลยถ้าลูกนี้ไม่เป็นประตู
ทีมตามหลัง 0-2 ฮึดสู้เต็มที่ เล่นดีขึ้น ได้จุดโทษ ถ้ายิงไม่เข้าอาจทำให้กำลังใจหล่นวูบ
มันหล่นไปแล้วนั่นล่ะครับ แต่ถูกกระตุกขึ้นมาใหม่ เพราะ ไบรอัน คริสตันเต้ วิ่งเข้าเขตโทษไปก่อนแล้วเตะสกัดบอลที่ เดวิส วาสเกซ เซฟจุดโทษออกมาได้
ยูไนเต็ดได้ยิงใหม่ และคราวนี้บรูโน่ไม่พลาด ไล่ตามมาเป็น 1-2
อารมณ์กลับไปกลับมาสุดท้ายเป็นคุณกับแมนฯ ยูฯ
เหมือนตายแล้วฟื้น ยิ่งฮึดเป็นเท่าตัว ในทางกลับกันมันยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้โรม่า เกมกำลังถูกบดขยี้ เสียจุดโทษ อุตส่าห์ป้องกันได้ แต่โดนยิงใหม่ เสียประตู
นี่คือจุดพลิกผันใหญ่ ๆ อีกจุดของเกมนี้ มันสำคัญยิ่งกว่าประตูตีไข่แตกธรรมดา ๆ เพราะทุกอย่างถูกดึงกลับมาหมด
ความหวัง ความเชื่อ ความฮึกเหิม กลายเป็นสองแรงบวกกับโรม่าที่เครียดขึ้น
แล้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ร้อนระอุขึ้นมา
3. เช เลซี่ย์
เจ้าหนูเลซี่ย์ถูกส่งลงสนามแทน อาหมัด ดิยัลโล่ ช่วง 15 นาทีสุดท้ายขณะที่ยูไนเต็ดกำลังไล่บดเพื่อเอาประตูตีเสมอ
ทีมต้องการจิ๊กซอว์เพิ่ม หลังจากสร้างโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ยังไม่เป็นประตู
ไบรอัน เอมเบอโม่ หลุดไปยิงชน 2 เสา แฮร์รี่ แมกไกวร์ โหม่งติดบล็อก ดาโล่ต์โหม่งถูกสกัดบนเส้น
ทุกอย่างล้วนเป็นสัญญาณแห่งการคัมแบ๊ก ยูไนเต็ดเดินหน้ากดทุกสูตรที่มี โอเพ่นเพลย์ บอลเปิดจากข้าง ลูกตั้งเตะ พื้นที่ฮาล์ฟสเปซ
เกมของโรม่าปั่นป่วนไม่เป็นกระบวน แต่พวกเขายังมีความได้เปรียบเรื่องสกอร์ที่ยังนำ 2-1
การลงมาของเลซี่ย์ทำให้มิติเกมรุกทางขวาเพิ่มขึ้น เกมรับที่รับมือกับอาหมัดมาตลอด 75 นาทีต้องเจอกับความสดใหม่และวิธีการเล่นที่แตกต่างออกไป
เลซี่ย์ปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว ขยัน คุกคามคู่ต่อสู้ได้ดี ทั้งยังมีจังหวะที่ดี จ่ายในจังหวะที่ควรจ่าย เลี้ยงในจังหวะที่ควรเลี้ยง
กล้าเล่น กล้าพาบอลทะลุไปข้างหน้า แต่ไม่พร่ำเพรื่อ ไม่เยอะ
ประตู 3-2 เขารับบอลจากเมนูในจังหวะเปลี่ยนรับเป็นรุก แต่งบอลแค่ทีเดียวแล้วจ่ายยัดเข้ากลางให้คุนญ่าทำต่อทันที
4. การฉวยโอกาส
ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว คุณก็ยังต้องการโอกาส
พยายามสร้างมันขึ้นมา ถ้ามันยังไม่มาก็ต้องพยายามต่อไป รอคอยมันอย่างอดทน
บางครั้งโอกาสอาจไม่เปิดให้คุณเลยก็ได้
แต่กับคราวนี้ ยูไนเต็ดได้โอกาสนั้น จากความผิดพลาดของ เลโอนาร์โด บาแลร์ดี ในจังหวะเตะสกัดธรรมดา
โรม่าถูกกดมาตลอดครึ่งหลัง สภาวะอ่อนล้าเล่นงาน สมองอ่อนล้า แข้งขาอ่อนล้า โอกาสผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่ลูกนั้นเป็นจังหวะทั่ว ๆ ไปที่ให้สกัดอีก 10 ครั้งบาแลร์ดีก็น่าจะทำได้ดีกว่านั้นทั้ง 10 ครั้ง
บอลสวิตช์ข้ามฟากของตีเลมันส์ ต่อด้วยลูกเปิดของบรูโน่จึงหลุดไปถึงคุนญ่าในแบบส้มหล่นทั้งเข่ง
และคุนญ่าก็ไม่พลาดโอกาสทองนั้น
แพสชั่นและอารมณ์ของเกมนี้เกินร้อย ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่คุนญ่าโดนไล่ออก
ใบเหลืองแรกเพราะถอดเสื้อดีใจกับแฟนบอลหลังตะบันประตู 3-2
ใบเหลืองที่สองเพราะอะดรีนารีนที่กำลังพลุ่งพล่าน ทุ่มเทวิ่งเข้าใส่ทุกจังหวะอาจไม่ทันยั้งคิด
เสียหายน่ะใช่แน่ ๆ แต่มูลค่าของการคัมแบ๊กเกมนี้มันยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก
จาก 0.24 ต่อ 1.53 ในครึ่งแรก ยูไนเต็ดมีค่า xG 2.48 ต่อ 0 ในครึ่งหลัง
จากโอกาสยิง 5 ต่อ 7 ในครึ่งแรก ยูไนเต็ดสร้างโอกาสยิง 10 ต่อ 0 ในครึ่งหลัง ได้บอลในเขตโทษโรม่าอีก 30 ครั้ง และเปลี่ยนผลการแข่งขันจาก 0-2 เป็น 3-2
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาได้แบบโกงความตาย ในเกมที่หลายคนเชื่อไปแล้วว่าพวกเขาคงตายซ้ำตายซ้อนอีกหนหลังเกมผ่านไปเพียง 20 นาที
กลับมาชนะแบบนี้ ด้วยแคแร็กเตอร์อย่างนี้ คงไม่มีอะไรน่าพอใจไปกว่านี้อีกแล้ว
รอดูกันต่อในเกมถัดไป รับมือ แอสตัน วิลล่า ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จะได้ภูมิใจกันต่อเนื่องไหม อีกไม่นานก็รู้ล่ะครับ
-ตังกุย-