แมนฯ ยูไนเต็ด บุกพ่าย ฟอเรสต์ 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ 1 เม.ย. 2568 จากประตูของเด็กเก่าอย่าง เอลังก้า พร้อมเปิด 5 ประเด็นสำคัญ ทั้งฟอร์มอันน่าผิดหวังของผีแดง, การโรเตชั่นที่ไม่เวิร์กของ อโมริม และสถิติสุดแกร่งของเจ้าป่าภายใต้การคุมทีมของ นูโน่
แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลอีกตามเคยเมื่อบุกไปแพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่สนาม ซิตี้ กราวด์ ด้วยสกอร์ 1-0 ในการฟาดแข้งเมื่อวันอังคารที่ 1 เม.ย.โดย ผีแดง ถูกเด็กเก่า แอนโธนี่ เอลังก้า ทำแสบด้วยการซัดประตูโทนให้ เจ้าป่า คว้าสามแต้ม แถมทีมของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ สร้างสถิติที่น่าประทับใจเหนือทีม อสูรแดง อีกต่างหาก
1. เจ้าป่าส่ง เอลังก้า ฟัดทีมเก่า
นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ผู้จัดการทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตัดสินใจส่ง แอนโธนี่ เอลังก้า อดีตปีก แมนฯ ยูไนเต็ด ลงบู๊กับทีมเก่า
จากการวางโผดังกล่าว หมายความว่า เจ้าป่า ปรับทัพแค่ตำแหน่งเดียวโดยเลือกใช้งาน เอลังก้า ลงเล่นแทน นิโคลัส โดมิงเกซ ที่มีชื่อเป็นตัวสำรอง
ขณะเดียวกัน เจ้าบ้านยังปราศจาก คริส วู้ด กองหน้าทีมชาติ นิวซีแลนด์ เช่นเดิมเนื่องจากสตาร์ร่างยักษ์บาดเจ็บมาจากเกมทีมชาติจนพลาดศึก เอฟเอ คัพ รอบแปดทีมที่พวกเขาดวลลูกโทษชนะ ไบรท์ตัน เมื่อวันเสาร์เช่นกัน
2. ผีดร็อป ฮอยลุนด์-ส่ง โยโร่ คืนสนาม
รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด สลับโผนักเตะตัวจริงรวมสี่รายเมื่อเทียบจากเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่พวกเขาบุกไปสยบ เลสเตอร์ 3-0 ก่อนเข้าสู่ช่วงเบรกเกมทีมชาติ
นอกจากจะได้ แพทริค ดอร์กู พ้นโทษแบนสามนัดกลับมาออกสตาร์ตแล้ว นายใหญ่โปรตุกีสเลือกใช้บริการ เลนี่ โยโร่ กองหลังเลือดน้ำหอมที่ฟิตสมบูรณ์ลงบู๊แทน อายเด้น เฮฟเว่น ที่บาดเจ็บ ขณะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่หายเดี้ยงพร้อมลงสนามมีชื่อเป็นตัวสำรอง
ด้าน ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าทีมชาติ เดนมาร์ค ที่ปลดล็อกยิงประตูแรกได้ในเกมชนะ เดอะ ฟ็อกซ์ หลังปืนฝืดมานาน 21 นัดถูกดร็อปไปนั่งข้างสนาม ขณะที่ กาเซมีโร่ ได้คุมแดนกลางร่วมกับ มานูเอล อูการ์เต้ โดยที่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ คริสเตียน เอริคเซ่น หล่นไปนั่งในซุ้ม
สำหรับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นเกมนี้ให้ ผีแดง เป็นนัดที่ 278 เท่ากับ ลุค ชอว์ แล้วแม้กองกลางทีมชาติ โปรตุเกส จะย้ายมาร่วมทีมดังของ พรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2020 ขณะที่แบ็คซ้ายเลือดผู้ดีเซ็นสัญญากับ เร้ด เดวิลส์ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2014
3. เด็กเก่าผีโชว์ของ
เริ่มเกมมาแค่ห้านาที แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูอย่างไวจากเกมโต้กลับของ ฟอเรสต์ ที่ เอลังก้า กระชากเดี่ยวจากแดนตัวเองขึ้นมาซัลโวระยะ 16 หลาผ่าน อ็องเดร โอนาน่า โดยที่ดาวเตะ ผีแดง หลายรายไม่อาจหยุดยั้งปีกสวีดิชได้
จากประตูดังกล่าวทำให้ เอลังก้า มีผลงานการคลำเป้าดีกว่าซีซั่นก่อนไปแล้วเนื่องจากเป็นประตูที่ 6 ในเกม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ของเขาเหนือกว่าสถิติซีซั่นก่อนที่เขาเช็กบิลในรายการนี้ได้ 5 ประตู
ขณะเดียวกัน มีการเผยว่า ปีกตัวจี๊ดวัย 22 ปีใช้เวลา 16 วินาทีเท่านั้นในการควบบอลโต้ขึ้นไปพังประตูหลังจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส เตะมุมให้ แมนฯ ยูไนเต็ด
ยิ่งไปกว่านั้น แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างสถิติสุดเลวร้ายด้วยการเสียประตูให้คู่แข่งก่อนในทุกรายการของซีซั่นนี้มากถึง 23 นัดแล้ว เป็นรองทีมใน พรีเมียร์ลีก ด้วยกันแค่ทีมเดียวโดย เลสเตอร์ เสียประตูให้ฝ่ายตรงข้ามก่อนมากที่สุด 25 นัดในทุกรายการของซีซั่นนี้
จากการเสียประตูในจังหวะโดยถูกเกมโต้กลับเล่นงานนับเป็นประตูที่ 7 ในเกม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้แล้วที่ ผีแดง ตาข่ายขาดในลักษณะดังกล่าวซึ่งเป็นสถิติที่เลวร้ายที่สุดร่วมของรายการนี้
หลังจบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ครองเกมได้เหนือกว่าลิบลับ และได้โอกาสสับไกมากกว่า ฟอเรสต์ เช่นกันรวม 10 ครั้ง แต่เจาะตาข่ายเจ้าบ้านไม่สำเร็จโดยจำนวน 10 ครั้งเป็นสถิติส่องยิงที่มากที่สุดในเกมเยือน พรีเมียร์ลีก ช่วง 45 นาทีแรกในซีซั่นนี้ของพวกเขาเป็นรองแค่เกมบุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน นัดเดียวเนื่องจาก ผีแดง หาโอกาสตะบันประตู นักบุญ ในครึ่งแรกได้รวม 11 ครั้ง
4. แก้เกมสไตล์บอสเจ๋ง
หลังตกเป็นรอง ฟอเรสต์ 1-0 อโมริม แก้เกมทันทีในครึ่งหลังด้วยการส่ง ฮอยลุนด์ ลงเล่นแทน อูการ์เต้ อันหมายความว่าเขาตัดสินใจถอดกองกลางตัวรับออกหนึ่งรายหลังเห็นว่าทีมครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน
กระทั่งผ่านหนึ่งชั่วโมง ผีแดง ไม่มีกองกลางตัวรับเหลืออยู่เลยแม้แต่รายเดียวเนื่องจาก กาเซมีโร่ โดนเปลี่ยนออกตามมาให้ เอริคเซ่น ลงเล่นแทนด้วยอาจเป็นเพราะดาวเตะแซมบ้ามีใบเหลืองติดตัวอยู่ก่อนแล้ว และเสี่ยงที่จะทำฟาวล์เพิ่ม
ในรายของ เมสัน เมาท์ ได้ลงเล่นแทน โจชัว เซิร์กซี่ ที่ไร้พิษสงเช่นเดียวกับพลพรรค ผีแดง ทุกรายในนาทีที่ 78 กระทั่งนาทีที่ 88 แม็กไกวร์ ถูกส่งลงเล่นเป็นหัวหอกแทนที่ โยโร่ เนื่องจาก อโมริม ต้องการลูกกลางอากาศของกองหลังเจ้าเวหาเป็นหมากเด็ดในการทำประตู
จากที่เห็น แม็กไกวร์ มีบทบาทอย่างชัดเจน แต่ประเด็นคือ อโมริม ส่งเขาลงเล่นช้าเกินไปเนื่องจากเหลือเวลาให้อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีม เลสเตอร์ เพียงน้อยนิดต่อการพยายามพลิกสถานการณ์ให้ ผีแดง ซึ่งสุดท้ายแล้วพ่ายไปด้วยสกอร์ 1-0 แม้จะมีโอกาสเช็กบิลหลายหน แต่ปัญหาของพวกเขายังอยู่ที่การปราศจากความคม
สรุปว่า อโมริม ไม่อาจแก้ไขสถานการณ์ให้ทีมได้แม้กระทั่งการแบ่งแต้มกับ ฟอเรสต์ ก็ทำไม่สำเร็จต่างกับ นูโน่ ที่แก้เกมอย่างไวตั้งแต่ครึ่งแรกหลังทีมได้สกอร์นำ 1-0 โดยนายใหญ่ เจ้าป่า เปลี่ยน อเล็กซ์ โมเรโน่ กับ โมราโต้ ลงเล่นแทน โอล่า อายน่า และ ดานิโล่ ตั้งแต่นาทีที่ 40 เพื่อปรับหมากในการรับมือกับเกมรุกของทีมเยือน
หลังพาทีมกำชัยได้สำเร็จ มันบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเหตุไฉน ฟอเรสต์ จึงรั้งอันดับสามในตาราง พรีเมียร์ลีก ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องฟลุ้ก อีกทั้งพวกเขาเข้ารอบตัดเชือกถ้วย เอฟเอ คัพ แล้วโดยสภาพความฟิตไม่ได้เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อยทั้งๆที่พวกเขาบู๊กับ นกนางนวล มาหมาดๆ 120 นาทีเมื่อวันเสาร์ และโรเตชั่นทีมแค่รายเดียว ขณะที่ ผีแดง ไม่มีเกมให้เล่นเมื่อสุดสัปดาห์
จากผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงตอนนี้ มันพอจะชี้ให้เห็นได้ว่า อโมริม ท่าจะเอาดีได้ยากเนื่องจาก พรีเมียร์ลีก หินกว่าลีกในบ้านเกิดของเขาหลายเท่า
5. นูโน่ ข่ม อโมริม
ในที่สุด ฟอเรสต์ ก็ประกาศศักดาเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมลีกซีซั่นเดียวกันได้ครบทั้งสองนัดเป็นซีซั่นแรกนับตั้งแต่ ไบรอัน คลัฟ ยอดกุนซือผู้ล่วงลับคนดังทำสำเร็จเป็นคนสุดท้ายในซีซั่น 1991/92
หลังบุกไปสยบ ผีแดง ได้ 3-2 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค. เจ้าป่า จัดการเปิดบ้านเฉือนชนะ อสูรแดง ได้อีกเกมด้วยสกอร์ 1-0 เก็บหกแต้มเต็มไปครองเพียงฝ่ายเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น นับเป็นหนแรกเช่นกันที่ ฟอเรสต์ สยบ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมลีกได้สามนัดรวดเนื่องจากซีซั่นก่อนพวกเขาพิชิตคู่ปรับรายนี้ได้ที่ ซิตี้ กราวด์ เช่นกันด้วยสกอร์ 2-1
พร้อมกันนี้ มัตซ์ เซลส์ นายทวาร ฟอเรสต์ ซึ่งมีผลงานคว้าคลีนชีตในเกม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ได้มากที่สุดอยู่ก่อนแล้วเพิ่มสถิติให้กับตัวเองได้อีกโดยจอมหนึบทีมชาติ เบลเยี่ยม ไม่เสียประตูในรายการดังกล่าวเพิ่มเป็น 13 นัดแล้ว
ในทางกลับกัน อโมริม ทำลายอาถรรพ์ไม่ได้อีกตามเคยเนื่องจากเขายังไม่สามารถพา แมนฯ ยูไนเต็ด กำชัยในเกม พรีเมียร์ลีก ติดต่อกันสองเกมรวดได้สักที
อย่างไรก็ดี เอริค เทน ฮาก อดีตนายใหญ่ ผีแดง เองก็มีผลงานในทำนองเดียวกันนี้ซึ่งหมายความว่าซีซั่นนี้ ผีแดง ยังไม่สามารถคว้าชัยเกมลีกได้ติดต่อกันสองเกมรวดได้เลยซึ่งบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงผลงานที่เหลวแหลกของพวกเขาในซีซั่นนี้