'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล อหังการถึงขั้นบุกอัด แมนซิตี้ ถึงถิ่นด้วยสกอร์ 2-0 ทิ้งห่าง อาร์เซน่อล เป็น 11 แต้มแล้ว และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. สถานการณ์เป็นใจให้ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่วันเสาร์ เมื่อ 'ปืนโต' ดัน 'คาบ้าน' ซะอย่างนั้น แทนที่จะไล่บี้เหลือ 5 แต้ม กลายเป็นตามหลัง 8 แต้ม
ว่าแล้วพวกพรี่ๆ ก็บุกไปเยือน เอติฮัด สเตเดี้ยม แบบไม่กดดันสักเท่าไหร่ ผลเสมอถือว่าไม่เสียหาย
การเล่นแบบไร้แรงกดดันทำให้พวกเขาเล่นแบบไม่ต้องเกร็งกันมากนัก
2. ขอชื่นชม อาร์เน่อ ชล๊อต ที่วางแผนมาจัดการ แมนซิตี้ ได้อย่างยอดเยี่ยมดีนักแล
เริ่มตั้งแต่จัด 11 ตัวจริงแบบไม่มีกองหน้าตัวเป้า และไม่มีแม้แต่ False9 ด้วย
ขณะที่เกมยังสูสูดู๋ดี๋ ลิเวอร์พูล ได้เตะมุมครั้งแรก แล้วก็ทำในสิ่งที่คู่แข่งคาดไม่ถึง และต้องตะลึงพึงเพริดด้วยการเล่นลูกสูตรพิสดาร
สูตรของพวกเขาคือเปิดเรียดๆ มายังเสาแรก ก่อนที่ โดมินิค โซบอสไล จะวิ่งมาเอาแล้วป้ายจังหวะเดียวไปที่จุดนัดพบตรงแถวจุดโทษ
บัดดล โม ซาล่าห์ ก็พุ่งมาตะบันเข้าไปตุงตาข่ายดื้อๆ
สูตรเตะมุมที่พิสดารแบบนี้ต้องอาศัยการฝึกซ้อม แถมทำได้แค่ครั้งเดียวซะด้วย
แต่ ลิเวอร์พูล สามารถกดสูตรติดทันที คิดเอา !!!
3. เมื่อชิงจังหวะขึ้นนำก่อนได้สำเร็จ มันก็เข้าทาง
คือ แมนซิตี้ ต้องครองบอลบุกตามสไตล์อยู่แล้ว ดังฉะนั้น แผนต่อมาคือตั้งรับให้แน่นพลางหาจังหวะสวนกลับแบบลอบสังหาร
ลิเวอร์พูล เล่นเกมรับได้เหนียวแน่นแบบโคตรๆ ด้วยการแพ็คเกม 3 ส่วน
หนึ่งคือขึ้นไปบีบแบบคุมพื้นที่ แต่ไม่เพรสส์
สองขยับลงมาแพ็คพื้นที่ตรงกลาง และหน้ากรอบเขตโทษ
สามถอยลึกลงไปกองกันอยู่ในกรอบเขตโทษของตัวเอง
เจอรถบัส 3 ชั้น แบบนี้เข้าไป เจ้าบ้านก็หาทางเข้าไม่เจอ
4. เกมรับอันเหนียวแน่น และจังหวะโต้กลับที่รวดเร็วและแม่นยำนำมาซึ่งประตูนำ 2-0
เกมจบตั้งแต่ตอนนั้น และผมหมายความตามนั้น
เพราะ แมนซิตี้ ได้แต่ถ่ายบอลไป ถ่ายบอลมา ป้วนเปี้ยนอยู่รอบกรอบเขตโทษ โดยหาจังหวะจบแบบเหน่งๆ ไม่เจอเลยสักครั้ง
ย้ำว่าสักครั้ง
ประหนึ่งพยายามเคาะประตูบ้าน แล้วเจ้าของบ้านเขาไม่ยอมเปิดประตูให้
เมื่อเจ้าของบ้านเขาไม่ยอมเปิดประตูให้ก็พยายามจะงัดแงะ และทุบทำลาย ทว่าพวกพรี่ๆ เขาก็ล็อคกลอนประตูแน่นหนาเกินกว่าที่จะพังเข้าไปได้จริงๆ
เห็นแล้วก็เหนื่อยอกเหนื่อยใจแทน
เวลาบุกแล้วเสียบอลในแดนบน นักเตะหงส์แดงจะกรูกันลงมาตั้งรับในแดนตัวเองได้รวดเร็วมากจนไม่เปิดโอกาสให้ แมนซิตี้ เล่นเกมเร็ว
แถมยังช่วยกันสอด ช่วยกันซ้อน ช่วยกันรุมกินโต๊ะอย่างขันแข็ง และมากด้วยวินัยกันทั้งทีม
ต่อให้ยืดเวลาออกไปอีกสัก 30 นาที ผมก็ไม่เห็นว่าทีมเรือใบจะได้ประตู
5.โม ซาล่าห์ บนวัย 32 กะรัต ค่าพลังพุ่งทะยานเหนือขีดจำกัดในระดับเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ ตอนพีคๆ เลยทีเดียว !!!
เวลาบอลอยู่กับตีน เขาชำเราคู่แข่งทั้งจากการเลี้ยงที่คล่องแคล่ว การผ่านบอลที่เฉียบคมระดับบาดหอนขาด และการยิงประตูที่เด็ดขาด
เวลาไม่มีบอลก็สามารถเคลื่อนที่อย่างชาญฉลาด และมีประโยชน์
ว่าแล้วก็เป็นอีกนัดที่คุณพี่เขาทั้งยิงและแอสซิสต์ได้ในเกมเดียวกัน
คิดแล้วก็ขำกลิ้งลิงกับหมาที่ ลิเวอร์พูล กำลังจะปล่อยสมบัติล้ำค่าของตัวเองออกไปแบบฟรีๆ หลังจบฤดูกาลนี้
โบนัส แทร็ค: เล่นแบบนี้ ถ้าไม่ได้แชมป์ ผมยอมเอากรรไกรตัดเล็บเหน็บหัวนมตัวเองออกเลยครับ จึงขอแสดงความยินดีล่วงหน้าอย่างจริงใจ