ลิเวอร์พูล เปลี่ยนผู้เล่นถึง 7 ตำแหน่ง แต่ยังสามารถสู้กับ เชลซี ที่ส่งทีมค่อนข้างแข็งแกร่งลงสนามได้อย่างสูสี
มันเป็นอีกหนึ่งเกมที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า
ก่อนเกม ลิเวอร์พูล ต้องบริหารขุมกำลังจากโปรแกรม พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เตะกันมาต่อเนื่อง
ขณะที่ เชลซี ฤดูกาลนี้ไม่มีโปรแกรมฟุตบอลยุโรป และปรับผู้เล่นจากเกมก่อนเพียง 4 ตำแหน่ง
ตัวเลขหลังเกม ทั้งสองทีมกลับมีผลงานใกล้เคียงกันมาก
ลิเวอร์พูล ยิง 10 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง ส่วน เชลซี ยิง 11 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง
xG ลิเวอร์พูล ทำได้ 2.10 ส่วน เชลซี อยู่ที่ 1.82
แม้ อิราโอล่า จะเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่ทีมยังสามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่มีคุณภาพได้
และนี่คือประเด็นสำคัญของการทำทีมในระยะยาว
อิราโอล่า กำลังทำให้นักเตะทั้งทีมยอมรับและเข้าใจวิธีการเล่นของเขา รวมถึงพร้อมปฏิบัติตามแนวทางของเฮดโค้ช
เราเห็นได้จากการเพรสซิ่งไล่กดดันคู่แข่ง การตั้งรับแบบ Mid-block (การจัดแนวรับเป็นระบบบริเวณแดนกลาง) รวมถึงการร่วมกันป้องกันพื้นที่เขตโทษ
นักเตะที่ไม่ได้เป็นตัวจริงประจำสามารถลงมาทำหน้าที่ตามระบบได้ โดยไม่ทำให้รูปแบบการเล่นของทีมเปลี่ยนไปมากนัก
เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งกับ ลิเวอร์พูล ที่ต้องแข่งขันหลายรายการตลอดฤดูกาล
เพราะหากต้องพึ่งพาผู้เล่นชุดเดิมตลอดเวลา โอกาสที่จะรักษามาตรฐานการเล่นอย่างต่อเนื่องก็ยากขึ้น
ผลงานชนะ 9 จาก 11 นัดหลังสุดของ อิราโอล่า จึงเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่านักเตะยังอยู่ระหว่างเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับแนวทางของเขา
อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ชัยชนะครั้งนี้มีความหมาย คือการเอาชนะ เชลซี ของ ชาบี อลอนโซ
ซัมเมอร์ที่ผ่านมา แฟนบอล ลิเวอร์พูล จำนวนมากเคยต้องการให้ อลอนโซ่ กลับมารับตำแหน่งที่ แอนฟิลด์
สุดท้าย อลอนโซ่ ไปคุม เชลซี แล้วสโมสรก็เลือก อิราโอล่า
ผลการแข่งขันครั้งนี้จึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับเฮดโค้ช ลิเวอร์พูล และลดเสียงเปรียบเทียบระหว่างทั้งสองคนลงได้บ้าง
นอกจากนี้ ยังเป็นการพ่ายแพ้ครั้งที่ 3 ของ อลอนโซ่ ในการกลับมาเยือน แอนฟิลด์ ในฐานะผู้จัดการทีม หลังเคยแพ้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ เรอัล มาดริด มาแล้ว
สำหรับ อิราโอล่า การเอาชนะเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กอย่าง อลอนโซ่ ถือเป็นอีกหนึ่งผลการแข่งขันที่ช่วยยืนยันว่าทีมกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี
ส่วนผลงานรายบุคคล โจ โกเมซ สมควรได้รับคำชม
เกมนี้เขาลงเล่นแบ็กขวา โดยมีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับ
โกเมซ ชนะการดวล 7 จาก 15 ครั้ง มีจังหวะเปิดบอลให้เพื่อนลุ้นทำประตู และยังสปรินต์กลับมาสไลด์บล็อกลูกยิงในกรอบเขตโทษจากจังหวะสวนกลับของ เชลซี
แล้วก็รับหน้าที่ยิงจุดโทษช่วงสำคัญ และส่งบอลเสียบมุมบนเข้าไปอย่างเด็ดขาด
อีกคนคือ เทรย์ นีโยนี่ กองกลางวัย 19 ปี ซึ่งได้รับโอกาสลงเล่นและทำผลงานได้อย่างมั่นใจ
เขาสัมผัสบอลถึง 86 ครั้ง มากที่สุดในสนาม จ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย หรือ Final Third 7 ครั้ง และชนะการดวล 4 จาก 7 ครั้ง
นีโยนี่ มีส่วนสำคัญในการรับบอลจากเพื่อนร่วมทีม ควบคุมจังหวะการเล่น และพาบอลขึ้นหน้า รวมถึงช่วยเกมรับด้วยการเข้าปะทะและติดตามคู่แข่ง
ผลงานของเขาแสดงให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล มีดาวรุ่งที่สามารถเข้ามาช่วยทีมชุดใหญ่ได้ และการผ่านเข้ารอบฟุตบอลถ้วยก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการลงสนามของนักเตะกลุ่มนี้
ส่วน จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ มีบทบาทสำคัญอย่างมากกับการผ่านเข้ารอบ
เขาเซฟจุดโทษในช่วงที่ เชลซี มีโอกาสเป็นฝ่ายชนะ และยังมีจังหวะป้องกันลูกยิงสำคัญตอนเวลาปกติ โดยเฉพาะการพุ่งเซฟลูกยิงเรียดทางขวามือช่วงครึ่งหลัง
ตัวเลขการป้องกันประตูจากคุณภาพลูกยิงเข้ากรอบ หรือ Expected Goals on Target (xGOT) อยู่ที่ 0.83 ประตู
แม้การออกบอลยังมีจังหวะที่ต้องปรับปรุง แต่ผลงานเกมนี้แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นผู้รักษาประตูสำรองที่ทีมไว้วางใจได้
อิราโอล่า เองก็เคยพยายามเซ็นสัญญากับ มามาร์ดาชวิลี่ ตั้งแต่สมัยคุม บอร์นมัธ
ส่วนคนที่ต้องกลับไปทบทวนผลงานของตัวเองคือ ไรอัน กราเฟนแบร์ก
กองกลางชาวดัตช์เสียจุดโทษจากการเข้าปะทะ มอยเซส ไกเซโด้ โดยไม่จำเป็น ทั้งที่คู่แข่งกำลังเคลื่อนบอลออกห่างจากประตู
เขาจ่ายบอลแม่นยำเพียง 79% ชนะการดวล 4 จาก 10 ครั้ง และสัมผัสบอลเพียง 40 ครั้ง
เมื่อเทียบกับ นีโยนี่ ที่สัมผัสบอลถึง 86 ครั้ง ก็เห็นความแตกต่างด้านการมีส่วนร่วมกับเกมอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่สัมผัสบอลเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมทีม เพราะบทบาทและตำแหน่งการเล่นมีผลต่อตัวเลขดังกล่าวด้วย
กราเฟนแบร์ก ยังต้องพัฒนาฟอร์มของตัวเอง ท่ามกลางการแข่งขันในแดนกลางที่มีทั้ง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, นีโยนี่ และ โดมินิค โซโบซไล
ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ จะเจอ บอร์นมัธ และยังมีโอกาสเดินหน้าลุ้นแชมป์ที่ เวมบลีย์
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจากเกมนี้คือ ลิเวอร์พูล สามารถเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่งโดยยังรักษาวิธีการเล่นของทีมเอาไว้ได้
อิราโอล่า กำลังสร้างทีมที่นักเตะทุกคนเข้าใจหน้าที่ของตัวเอง และพร้อมทำงานร่วมกันตามระบบที่วางไว้
ชนะ 9 จาก 11 นัด โรเตชัน 7 ตำแหน่ง และยังผ่าน เชลซี เข้ารอบได้
ฮอส อลอนโซ่