วิเคราะห์คดีแมนฯ ซิตี้ สไตล์บอบู๋! จัดหนักทีมสีฟ้าใช้เงินอาบูดาบีเสกความสำเร็จ แซวมุกขอคืนแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยให้แมนยู และอีก 1 สมัยให้ลิเวอร์พูล
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…
1. ในคืนที่ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตาที่บ้านเรา บรรดาสรรพสื่อเมืองหลวงลูกหนังรายงานว่า แมนซิตี้ มีความผิดจริงในข้อหาทางการเงินโดยสื่อใหญ่อย่าง BBC อ้างแหล่งข่าวว่าผิดถึง 114 ข้อหา จากทั้งหมด 115 ข้อหา
สื่ออย่าง The Athletic รายงานว่าบทลงโทษยังไม่ประกาศออกมา แต่ทางพรีเมียร์ลีก ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น
ส่วนทางสโมสรเรือใบสีฟ้าก็ไม่ขอแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด โดยแถลงเพียงว่า "กระบวนการของพรีเมียร์ ลีก ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่ต้องทำให้ลุล่วง และเป็นความลับอย่างเคร่งครัด"
สรุป ณ ตอนนี้ สื่อรายงานว่าคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และมีคำตัดสินแล้วให้รอบทลงโทษ
หากผิดจริง และมีบทลงโทษอะไรบ้าง ก็จะเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์ต่อไป
แน่นอนว่าเรื่องยังไม่จบง่ายๆ
2. ความผิดของ แมนซิตี้ เกิดขึ้นในช่วงระหว่างฤดูกาล 2009-10 จนถึง 2017-18 แบ่งเป็น 5 ข้อหา แต่ข้อหาละหลายกระทง
ข้อหาที่ 1 คือไม่ยอมรายงานข้อมูลการเงินให้โปร่งใส รวม 54 กระทง
ข้อหาที่ 2 คือเดินบัญชีเรื่องการซื้อขายนักเตะ และค่าชดเชยผู้จัดการทีมแบบผิดกฎ รวม 14 กระทง
ข้อหาที่ 3 คือเรื่องผิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ และผิดกฎใบอนุญาตสโมสรของยูฟ่า รวม 5 กระทง
ข้อหาที่ 4 คือละเมิดกฎการเงินเก่าพรีเมียร์ลีก ช่วงฤดูกาล 2015-16 จนถึง 2017-18 รวม 7 กระทง
และข้อหาที่ 5 คือความผิดโทษฐานไม่ยอมให้ความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีกในการตรวจสอบ รวม 35 กระทง
จะเห็นว่าไอ้ที่ข้อกล่าวหาเยอะเป็นพิเศษ เพราะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ยอมให้ความร่วมมือในการสืบสวนมาตลอด
ช่วง 8 ปีหลังสุด พวกเขาเดินบัญชีตามปกติ ซื้อง่าย ขายคล่อง แถมได้ไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างสม่ำเสมอ จึงไม่นับว่าเป็นปัญหา
3. ย้อนกลับไปในปี 2020 แมนซิตี้ เคยโดน ยูฟ่า ประกาศลงโทษแบนออกจากเวทียุโรปเป็นเวลา 2 ฤดูกาล และปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร
แต่ทีมกฎหมายของ 'เดอะ ซิติเซ่นส์' ยื่นอุทธรณ์กับศาลกีฬาโลก ก่อนรอดพ้นจากการโดนแบน เพราะคดีหมดอายุความไปก่อน แถมหลักฐานที่ยูฟ่าใช้เอาผิดก็ได้มาโดยมิชอบ เพราะมาจากแฮ็กเกอร์
สุดท้ายโทษที่พวกเขาได้รับก็แค่โดนปรับเงินเพียง 10 ล้านยูโรเท่านั้น และยังได้ลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อไป
4. ณ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าแมนซิตี้ จะโดนลงโทษอย่างไร
รายงานข่าวกล่าวว่า บทลงโทษนั้นเป็นไปได้ทั้ง ปรับเงิน, ตัดแต้ม, ปรับตกชั้น และถูกขับออกนอกลีก รวมถึงอาจถูกยึดแชมป์ระหว่างซีซั่น 2009-10 จนถึง 2017-18 ทั้งหมด
แต่ แมนซิตี้ ยังมีสิทธิ์อุทธรณ์ ซึ่งทางทีม 'ทนายปีศาจ' ของทีมเรือใบสีฟ้าขึ้นชื่อเรื่องกฎหมายอยู่แล้ว
5. จริงๆ เรื่องที่ แมนซิตี้ เอาเปรียบชาวบ้าน สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่แล้ว
เพราะขณะที่ทีมอื่นเขาดำเนินธุรกิจด้วยผลประกอบการของตัวเอง
ทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์ใช้ความมั่งคั่งของพวกราชันแห่งทะเลทราย อาบูดาบี ตอนท่านชีคเข้ามาเทคโอเวอร์ ต่อจาก 'พี่โทนี่' แมนซิตี้ ก็ไม่ใช่ทีมยอดนิยม ยังไม่ประสบความสำเร็จ ฐานแฟนบอลต่ำ ผู้ชมในบ้านยังไม่เคยเต็มความจุเลยด้วยซ้ำ
ทว่าพวกเขาใช้ความร่ำรวยจากเจ้าของทีมคว้าตัวผู้เล่นระดับดาวดังพลางจ่ายค่าเหนื่อยแบบเกินตัว
'รายจ่าย' ย่อมมากกว่า 'รายรับ' อยู่แล้ว
แบบนี้มันก็ไม่แฟร์กับทีมอื่นที่ดำเนินธุรกิจตามผลประกอบการอย่างถูกต้อง
คิดง่ายๆ ว่าถ้าไม่มีเจ้าของเป็นโคตรมหาเศรษฐีที่เอาเงินส่วนตัวมาเล่นแร่แปรธาติ
แมนซิตี้ คงไม่มีทางประสบความสำเร็จแบบนี้แน่นอน
ฉะนั้น & ฉะนี้
ไม่ว่าบทลงโทษจะออกมาอย่างไร
แมนซิตี้ ควรถูกยึดแชมป์ในระหว่างปี 2009-2018 เพราะได้มาด้วยการเอาเปรียบชาวบ้าน
แมนยูไนเต็ด จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเพิ่มขึ้นอีก 2 สมัย ในฤดูกาล 2011-12 และ 2017-18 ที่จบด้วยอันดับ 2 ของตาราง
เช่นเดียวกันกับ ลิเวอร์พูล ที่จะได้แชมป์ในฤดูกาล 2013-14
แต่เอาจริงคงยากที่จะตัดสินแค่เรื่องยึดแชมป์ เพราะมันมีผลต่อทีมที่ตกชั้นอีก
แฟนทีมเรือใบค่อยๆ อ่าน และทำความเข้าใจนะครับ เพราะที่ผมเห็นในโลกโซเชี่ยล แฟนบอลจำนวนหนึ่งเหมือนจะไม่เข้าใจ ไม่ยอมเข้าใจ
และคิดว่าทีมตัวเองโดนกลั่นแกล้ง !!!
#บอบู๋