อามิต บาเทีย เผยการมีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ลิเวอร์พูล คือสิ่งที่อยู่ในความฝันพร้อมยกย่อง เอฟเอสจี และเชื่อว่าสโมสรยังมีศักยภาพเติบโตอีกมหาศาล
อามิต บาเทีย นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย เผยว่าการได้มีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ลิเวอร์พูล เปรียบเสมือน "สิ่งที่อยู่ในความฝัน" หลังกลุ่ม 1892 Holdings ซึ่งเขาเป็นผู้นำ บรรลุข้อตกลงกับ Fenway Sports Group (FSG) หรือ เอฟเอสจี ในการเข้าถือหุ้น 38 เปอร์เซ็นต์ของสโมสร
ดีลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย บาเทีย เตรียมเดินทางพร้อมครอบครัวไปชมเกมพรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่ แอนฟิลด์ ในวันเสาร์ ตามคำเชิญของ จอห์น เฮนรี่ เจ้าของสโมสร
"เรากำลังพูดถึงสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นการมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมไม่ว่าจะในบทบาทใด ถือเป็นสิทธิพิเศษและเกียรติอย่างมหาศาล" บาเทีย กล่าวกับ LFCTV
"มีหลายสิ่งที่น่าชื่นชม และพูดตามตรงคือมีหลายสิ่งที่ทำให้รู้สึกทึ่ง"
"ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่ แต่การที่ เอฟเอสจี อาจเปิดประตูต้อนรับเราให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรที่มีความหมายอย่าง ลิเวอร์พูล มันคือสิ่งที่อยู่ในความฝัน"
บาเทีย ยังกล่าวชื่นชมกลุ่ม เอฟเอสจี หลังมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์กันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยยกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มเจ้าของทีมกีฬาที่ดีที่สุด
"ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้รู้จักกับกลุ่มเจ้าของ ลิเวอร์พูล เป็นอย่างดี และผมมองว่าพวกเขาคือเจ้าของทีมกีฬาที่ดีที่สุด"
"ผมมองว่าพวกเขาเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สูง และให้ผลประโยชน์ของสโมสรเป็นอันดับแรกเสมอ"
หากการลงทุนได้รับการอนุมัติ บาเทีย ซึ่งเคยเป็นเจ้าของร่วมของ ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส จะเข้ารับตำแหน่งรองประธาน ลิเวอร์พูล และเป็นหนึ่งในสมาชิกบอร์ดบริหารชุดใหม่
อีเลน ซาเวริน จาก EE Capital และ ไบรอัน บวม จาก K5 Sports จะเข้าร่วมบอร์ดด้วยเช่นกัน ส่วน เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon ซึ่งเป็นหนึ่งในนักลงทุนของกลุ่ม จะไม่มีตำแหน่งในบอร์ด และไม่ได้เดินทางไปชมเกมกับ ฟอเรสต์
บาเทีย ยืนยันว่า พร้อมช่วยเหลือ เอฟเอสจี ในทุกบทบาทที่กลุ่มเจ้าของสโมสรเห็นว่าเหมาะสม โดยเชื่อว่าความแตกต่างด้านภูมิหลัง อาชีพ และพื้นที่ของสมาชิกในกลุ่มนักลงทุนสามารถนำประสบการณ์และแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาช่วยสโมสรได้
"เราเชื่อว่าศักยภาพของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ในอนาคตยังมหาศาล และเราได้มีการพูดคุยกับ เอฟเอสจี เกี่ยวกับแนวคิดเหล่านั้นแล้ว"
"หวังว่าหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ความสัมพันธ์ของเรากับสโมสรจะดำเนินไปเป็นระยะเวลานาน เราตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่าอนาคตจะนำพาเราไปทางไหน"