สเปนผงาดคว้าแชมป์โลกบอลหญิง U20 หลังดวลจุดโทษชนะเกาหลีใต้ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วย 17 แชมป์โลกและยุโรปตั้งแต่ระดับ U17 ถึงชุดใหญ่ในรอบ 5 ปี
สเปนยังคงเดินหน้าสร้างความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง หลังทีมชาติหญิงชุด U20 ดวลจุดโทษเอาชนะเกาหลีใต้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา คว้าแชมป์โลกฟุตบอลหญิง U20 มาครอง
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ สเปน คว้าแชมป์ระดับโลกและยุโรปรวมกันถึง 17 รายการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่รุ่น U17 ไปจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ ทั้งฟุตบอลชายและหญิง
ความสำเร็จล่าสุดเกิดขึ้นต่อเนื่องจากผลงานของทีมชายที่คว้าแชมป์ยุโรปเมื่อ 2 ปีก่อนที่กรุงเบอร์ลิน ก่อนก้าวไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในช่วงซัมเมอร์ ด้วยการเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่นิวเจอร์ซีย์
สเปนเคยทำได้ในลักษณะเดียวกันมาแล้วในปี 2010 หลังคว้าแชมป์ยูโร 2008 ก่อนผงาดเป็นแชมป์โลกในอีก 2 ปีต่อมา
17 แชมป์ใน 5 ปี
ฟุตบอลหญิง 11 แชมป์ ระหว่างปี 2022-2026
ทีมชาติชุดใหญ่: ฟุตบอลโลก 1 สมัย (2023), เนชันส์ ลีก 2 สมัย (2024, 2025)
U20: ฟุตบอลโลก 2 สมัย (2022, 2026)
U19: แชมป์ยุโรป 5 สมัย (2022, 2023, 2024, 2025, 2026)
U17: ฟุตบอลโลก 1 สมัย (2022), แชมป์ยุโรป 1 สมัย (2024)
ฟุตบอลชาย 5 แชมป์ ระหว่างปี 2022-2026
ทีมชาติชุดใหญ่: ฟุตบอลโลก 1 สมัย (2026), แชมป์ยุโรป 1 สมัย (2024), เนชันส์ ลีก 1 สมัย (2023)
U23: เหรียญทองโอลิมปิก 1 สมัย (2024)
U19: แชมป์ยุโรป 1 สมัย (2026)
กีเยม บาลาเก้ ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลสเปน กล่าวกับ บีบีซี สปอร์ต ถึงความสำเร็จดังกล่าวว่า "นี่คือความยิ่งใหญ่ มันเหมือนกับพายุที่สมบูรณ์แบบ ในแง่วัฒนธรรม เราทำสิ่งต่าง ๆ ในแนวทางของเรา ทุกคนเชื่อมั่นในสิ่งนี้ สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่หยุด"
"มันคือเอเวอเรสต์อีกลูก เพราะทีมชายคว้าแชมป์โลกในปี 2010 หลังคว้าแชมป์ยูโร 2 ปี ตอนนี้เราทำได้อีกครั้ง"
เสี่ยงแต่งตั้ง เด ลา ฟวนเต้ แต่ผลลัพธ์เกินคาด
เมื่อ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือทีมชาติสเปนในเดือนธันวาคม 2022 มีน้อยคนคาดคิดว่าเขาจะพาทีมคว้าแชมป์เนชันส์ ลีก 2023, แชมป์ยูโร 2024 และฟุตบอลโลก 2026 ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
เวลานั้นสเปนเพิ่งตกรอบฟุตบอลโลกที่กาตาร์จากการแพ้โมร็อกโกในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และสมาคมฟุตบอลต้องหาผู้สืบทอดตำแหน่งหลัง หลุยส์ เอ็นรีเก้ อำลาทีม
บาลาเก้ กล่าวเพิ่มเติมว่า "พวกเขาเลือกผู้ชายคนนี้ ซึ่งเข้าใจสไตล์และระบบ มันเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงมาก ผมไม่คิดว่าจะมีใครคาดว่าเขาจะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้"
การแต่งตั้งดังกล่าวถือเป็นการเดิมพัน เพราะ เด ลา ฟวนเต้ เข้ามาคุมทีมชาติสเปน โดยก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยคุมสโมสรใหญ่
หลังแขวนสตั๊ดในปี 1994 เด ลา ฟวนเต้ ทำงานในหลายบทบาทกับสโมสรต่าง ๆ เป็นเวลา 15 ปี ทั้งการคุมทีมในลีกระดับล่างของสเปน งานพัฒนาเยาวชน และผู้ช่วยโค้ช ก่อนก้าวขึ้นมาคุมทีมชาติชุดเยาวชนของสเปน
ฆวน มาต้า อดีตกองกลางทีมชาติสเปน กล่าวว่า "เด ลา ฟวนเต้ รู้จักผู้เล่นส่วนใหญ่จากอะคาเดมี่ และพวกเขากำลังเติบโตขึ้นมาเป็นทีม นี่ไม่ใช่แค่ทีมสำหรับปัจจุบัน แต่ยังเป็นทีมสำหรับอนาคตด้วย"
นับตั้งแต่รับงานทีมชาติชุดใหญ่ หลังผ่านประสบการณ์คุมทีม U19, U21 และทีมโอลิมปิก เด ลา ฟวนเต้ได้สร้างวัฒนธรรมที่ให้ความเคารพคู่แข่ง ให้ความสำคัญกับกระบวนการ และเน้นความอดทนรวมถึงความสงบ
กุนซือวัย 65 ปี กล่าวว่า "พวกคุณส่วนใหญ่อายุน้อยกว่าผม และคุณต้องเคารพประสบการณ์"
"หลังจบเกม มีนักฟุตบอลบางคนพูดว่า 'โค้ช แล้วเรายังเหลืออะไรให้คว้าอีก ในเมื่อเราคว้าแชมป์มาครบทุกระดับแล้ว'"
"เราจึงได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่เหลืออยู่คือเกมนัดต่อไปในเดือนกันยายน เพราะทีมนี้ไม่เคยหยุดเดินหน้า"
ความสำเร็จทีมชาติส่งต่อถึงระดับสโมสร
ความสำเร็จของทีมชาติและบรรดาโค้ชชาวสเปนยังส่งผลต่อฟุตบอลระดับสโมสรด้วย
แม้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจอำลาตำแหน่งกุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังทำงานที่เต็มไปด้วยถ้วยแชมป์นานถึง 10 ปี แต่มีผู้จัดการทีมอย่างน้อย 1 ใน 4 ของบรรดากุนซือที่เริ่มต้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2026/27 เป็นชาวสเปน
ชัยชนะของสเปนเหนืออังกฤษในเนชันส์ ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ยังทำให้พวกเขาไม่แพ้ใครตลอด 39 นัดหลังสุดในทุกรายการ ซึ่งเป็นสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับทีมจากยุโรปหรืออเมริกาใต้
ฟุตบอลหญิงพัฒนาแบบก้าวกระโดด
ขณะเดียวกัน ฟุตบอลหญิงของสเปนก็เติบโตอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และเริ่มประสบความสำเร็จในเกมที่มีความกดดันสูงเช่นเดียวกับทีมชาย
ชัยชนะเหนืออังกฤษในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกหญิงเมื่อ 3 ปีก่อน เกิดขึ้นในการเข้าร่วมฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 ของสเปน หลังประเดิมรายการนี้ในปี 2015
จากนั้นทีมหญิงสเปนคว้าแชมป์เนชันส์ ลีก 2 สมัยติดต่อกันในปี 2024 และ 2025
มาเรีย การ์ริโด้ อดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปน ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นนักข่าว กล่าวไว้เมื่อปี 2024 ถึงการเปลี่ยนแปลงของฟุตบอลหญิงในประเทศว่า "การเปลี่ยนแปลงในฟุตบอลหญิงของสเปนมีความสำคัญอย่างมาก เมื่อ 10 ปีก่อน ตอนที่ฉันเล่นให้บาร์เซโลน่า ยังไม่มี ลา มาเซีย สำหรับเด็กผู้หญิง เราออกค่าเดินทางกันเอง พ่อแม่เป็นคนพาเราไปซ้อม และเราไม่ได้รับเงิน"
"แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ดีขึ้นอย่างมาก มีการผลักดันฟุตบอลหญิงครั้งใหญ่ ทั้งการสร้างทีมเยาวชนเพิ่มขึ้น การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงการก่อตั้งอะคาเดมี่ฟุตบอลสำหรับเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะ"
"การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงปฏิวัติวงการกีฬา แต่ยังยกระดับความเคารพที่มีต่อฟุตบอลหญิงในสเปนด้วย"
ความสำเร็จของทีมชาติชายและหญิงยังต่อยอดมาจากการคว้าแชมป์มากมายในระดับเยาวชนตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
"การคว้าแชมป์นำไปสู่การคว้าแชมป์"
อนาคตของฟุตบอลสเปนยังดูสดใส โดยมีนักเตะดาวรุ่งหลายรายที่ถูกมองว่าจะช่วยให้ความยิ่งใหญ่ของประเทศดำเนินต่อไป
ในทีมชาย ลามีน ยามาล และ เปา กูบาร์ซี่ คือสองดาวรุ่งที่โดดเด่น โดยทั้งคู่คว้าเหรียญแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในวัย 19 ปี
ด้าน วิกกี้ โลเปซ นักเตะทีมชาติหญิง เป็นแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกกับบาร์เซโลน่าถึง 3 สมัยในวัยเดียวกัน ขณะที่ ซัลม่า ปารายูเอโล่ กองหน้าทีมหญิงลงเล่นให้ทีมชาติไปแล้วมากกว่า 50 นัดก่อนอายุครบ 23 ปี
ยามาล กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ที่ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ต่อจาก เปเล่ ของบราซิลในปี 1958 ที่อายุ 17 ปี 249 วัน และ จูเซ็ปเป้ แบร์โกมี่ ของอิตาลีในปี 1982 ที่อายุ 18 ปี 201 วัน
ส่วน กูบาร์ซี่ ลงสนามด้วยวัย 19 ปี 178 วัน ทำให้สเปนกลายเป็นทีมแรกที่ส่งนักเตะวัยรุ่น 2 คนลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกนัดเดียวกัน
โจ ฮาร์ท อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ กล่าวหลังสเปนเอาชนะอาร์เจนตินาว่า "สเปนมีแนวทางการเล่นที่ไม่มีทีมไหนในโลกพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเข้าใกล้ได้ พวกเขาไม่ถูกเล่นงานเลยในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยคู่แข่งยิงเข้ากรอบใส่พวกเขารวมเพียง 10 ครั้งตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์"
ขณะที่ เธียร์รี่ อองรี แชมป์ฟุตบอลโลก 1998 กับฝรั่งเศส กล่าวกับฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ว่า สเปนมีศักยภาพที่จะครองความยิ่งใหญ่ต่อไปอีกหลายปี
"ผมอยากให้เครดิตกับระบบและสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมา เพราะสเปนไม่เคยคว้าแชมป์ในแบบนี้มาก่อน และตอนนี้พวกเขาคว้าแชมป์ได้ในทุกระดับ" ตำนานดาวยิง อาร์เซน่อล ทิ้งท้าย