คืนแห่งความบ้าคลั่ง

คืนแห่งความบ้าคลั่ง
เรอัล มาดริด เข้าชิง โกปา เดล เรย์ หลังล้ม เรอัล โซเซียดาด แบบสุดดราม่า ในเกมที่มีครบทุกรสชาติ ขาดแค่การดวลจุดโทษ

ผมชอบพาดหัวหลังเกมของ มาร์ก้า ที่สรุปความได้ ลึก ชัด และมันส์

El más Loco reina en el manicomio

"คนที่บ้าที่สุดครองราชย์อยู่ในสถานบำบัด"

ครับ มันเป็นเกมที่บ้าคลั่ง นักเตะสองทีมบ้ามากๆที่เล่นออกมาได้ขนาดนั้น สู้กันสุดฤทธิ์ สถานการณ์พลิกไปมา แต่สุดท้าย มาดริด คือ "คนบ้ากว่าที่ได้ครองราชย์" สื่อถึงชัยชนะในถ้วยพระราชาใบนี้ 

ส่วนสถานบำบัด คือ เบร์นาเบว ใครอยู่ที่นั่น ไบโพลาร์ถามหากันเป็นแถบแถว จบเกมแทบแยกไม่ออกว่า "สนุกหรือเจ็บปวด"  

โซเซียดาด นำก่อนจาก อันเดร์ บาร์เรเนเชอา ประตูนี้หลายคนด่า ลูกัส แต่ผมไม่เห็นเช่นนั้น หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียว

ต้องถามว่า ทำไม อาเซนซิโอ ถึงทิ้งพื้นที่ตัวเองออกไปไล่เอาบอลจาก โอยาซาบัล อย่างนั้น แถมยังไล่ต่อจังหวะสองไปถึง ซูบิเมนดี้ ด้วย 

ดูตาเปล่าก็รู้ว่าจังหวะนั้นมันยากที่จะแย่ง เรียกว่าออกไปแล้วเสี่ยงที่จะเสียมากกว่าได้ เหมือนตอนที่ โธมัส ทูเคิ่ล ตำหนิ คิม มินแจ ว่า 'โลภมาก' นั่นแหละที่ออกจากพื้นที่ตัวเองมาไล่ล่า วินิซิอุส ก่อนโดนลูกจ่ายสุดคลาสสิคของ โทนี่ โครส เล่นงาน ในชปล ฤดูกาลก่อน

อาเซนซิโอ ออกมา เปิดพื้นที่ว่าง  ซูบิเมนดี้ ฉวยโอกาสตักบอลข้ามมาที่ มาริน กลายเป็น ลูกัส โดน 2-1 ทันที

จะเอาใครดี ? บาร์เรเนเชอา ตัวนอก หรือ มาริน ตัวใน 

สุดท้าย ตัวในโหม่งชงให้ตัวนอกหลุดเข้าไปยิง ส่วน ลูกัส ก็กลายเป็นลิงวิ่งตามต้อยๆด้วยสปีดแบบลิมิเตด

โดนเร็ว แต่ มาดริด ก็เอาคืนได้ในอีก 14 นาทีต่อมา 

เอ็นดริก ได้ลงตัวจริง หลัง คาร์โล อันเชล็อตติ เพิ่งมีประเด็นเรื่องการเปิดโอกาสให้เด็กน้อยเกินไป ซึ่งเจ้าตัวสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม 

ประตูตีเสมอ 1-1 จากลูกจ่ายสุดคมของ วินิซิอุส บ่งบอกว่าเจ้าหนูวัย 18 คนนี้ไม่ได้มีดีแค่พละกำลังและความดุดัน แต่คลาสฟุตบอลก็ไม่ธรรมดา 

.............................................................

ปัญหาเกมรับ

จากฝั่งขวาของ ลูกัส สู่ฝั่งซ้ายของ กามาวินก้า ประตู 1-2 และ 1-3 ของ โซเซียดาด มาจากจังหวะแฉลบ อลาบา ก็จริง แต่เกมรับ มาดริด ปัดความรับผิดชอบไม่ได้เลย พวกเขาปล่อยให้ โซเซียดาด รุกคืบเข้ามาง่ายเกินไป

กามาวินก้า โดน คุโบะ จัดหนัก หยุดยั้งอะไรแทบไม่ได้ แถมเจ้าตัวยังเป็นคนทำฟาวล์จนเป็นที่มาของประตู 3-4 ของ โอยาซาบัล อีก 

อย่างไรก็ตาม การป้องการลูกเซตพีซของ โซเซียดาด ก็หละหลวมไม่แพ้กัน นั่นทำให้เกิดการซัดประตูกันแบบถล่มทลาย 

.......................................................

นักเตะยอดเยี่ยม 

สำหรับ มาดริด ถ้าจะให้เลือกนักเตะยอดเยี่ยมสักคน ผมยกเกมนี้ให้ จู๊ด 

จู๊ด ทำงานหนักตลอด นอกจากนี้ประตูของเขายังมีความหมายอย่างมากต่อการเข้ารอบของทีม  

ส่วน วินิซิอุส เกมนี้ขอนิยามว่า "น้อยแต่มาก" 

ระหว่างเกมดาวเตะบราซิเลี่ยนอาจไม่ได้มีส่วนร่วมมากนักอย่างเคยๆ แต่มาแต่ละดอก เนื้อๆ เน้นๆ เสียดาย...ถ้าจังหวะจะโคนเป็นใจอีกสักนิด คงมีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดไปแล้ว 

ฝั่ง โซเซียดาด เล่นดีเกือบทุกคน จริงอยู่ อเล็กซ์ เรมีโร่ มีความผิดพลาดอยู่ แต่ก็ช่วยเซฟให้ทีมได้เยอะ แต่โดดเด่นที่สุดต้องยกให้ คุโบะ ที่ทำให้เกมรุกของ ลา เรอัล วูบวาบอันตราย 

โอยาซาบัล กับ 2 ประตูที่ทำได้ก็เปี่ยมด้วยความหมาย 

แต่ที่อดชมไม่ได้คือ ซูบิเมนดี้ ซึ่งเล่นได้ยอดเยี่ยม ทำให้เห็นว่าการมีมิดฟิลด์ที่ขับเคลื่อนเกม เก็บบอล ครองบอลดีๆนั้นสำคัญต่อเกมอย่างไร ไม่แปลกที่ยักษ์ใหญ่หลายทีมอยากได้ รวมถึง มาดริด 

กระนั้นที่สุดแล้ว เกมคงจะยืดเยื้อถึงรุ่งสาง ถ้าไม่ได้ 'บังรือ' อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ลงมาเป็นตัวตัดสิน 

ปราการหลังเยอรมันโขกประตู 4-4 จากลูกเตะมุมของ กือแลร์ ตัดสินแพ้ชนะในค่ำคืนอันบ้าคลั่ง

สำหรับ มาดริด มันเป็นอีกครั้งที่พวกเขาแสดงให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ประจำตัว นั่นคือ 'ตายยาก' 

ทีมของ อันเชล็อตติ เอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันไปได้อีกครั้ง พร้อมแต่งตัวรอชิงวันที่ 26 นี้ที่ ลา การ์ตูฆา,เซบีย่า ซึ่งถือเป็นการเข้าชิงหนที่ 3 ในรอบ 6 ปีของทีม 

ส่วน โซเซียดาด ร่วงตกรอบหนนี้ ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ นักเตะเต็มที่แล้ว อาจจะเสียดายตรงที่สู้ได้ดีขนาดนี้ แต่สุดท้ายกลับต้องพ่ายแพ้ แต่นี่แหละหนาฟุตบอล 

บางครั้งบางคราวเบียดกันด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ซึ่งต้องยอมรับว่าครั้งนี้ มาดริด เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า แม้รูปเกมจะใกล้เคียงกันก็ตาม

#เจมส์ลาลีกา


ที่มาของภาพ : getty images
BY : เจมส์ ลาลีกา
อาวุธ จิวรากรานนท์
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport