ศึก 72 ชั่วโมง (La batalla de setenta y dos horas)

ศึก 72 ชั่วโมง (La batalla de setenta y dos horas)
ทันทีที่สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายจาก เฆซุส คิล มานซาโน่ ในเกมบุกชนะ บียาร์เรอัล 1-2 ที่ เด ซารามีก้า นักเตะเรอัล มาดริด หลายคนทรุดลงไปกองกับพื้นแบบหมดสภาพ ไร้เรี่ยวแรง

ในห้องเพรส คาร์โล  อันเชล็อตติ ให้สัมภาษณ์บอกภูมิใจในตัวลูกทีมทุกคน พร้อมขู่ ลา ลีกา ว่า มาดริด จะไม่ลงเล่นอีกหากพักไม่ถึง 72 ชั่วโมง

"ผมคิดว่านี่คือครั้งสุดท้ายที่เราจะลงเล่นโดยพักไม่ถึง 72 ชั่วโมง "

นายใหญ่อิตาเลี่ยนกล่าว 

ไม่ใช่แค่ อันเชล็อตติ เท่านั้น กับประเด็นนี้ REAL MADRID TV กระบอกเสียงของสโมสรก็นำมาขยี้เช่นกันว่า มาดริด จะไม่ลงเล่นอีกหากพักไม่ถึง 72 ชั่วโมง

พักไม่ถึง 72 ชั่วโมง แล้วลงเล่น ผิดกฏข้อใดขององค์กรลูกหนังหรือไม่ ?  ทำไม มาดริด ถึงอ้างสิทธิ์ข้อนี้ 

ว่ากันตามตรง ทั้ง ฟีฟ่า ,ยูฟ่า และสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ไม่มีองค์กรใดที่ระบุเอาไว้เป็นจำนวนชั่วโมงอย่างชัดเจนถึงขั้นเป็นกฏ เพียงแต่ในภาคผนวกที่ 1 ของกฏข้อ 1 วรรค 4 ของ ฟีฟ่า ได้เขียนไว้ว่า 

"ทีมจากสหพันธ์เดียวกันไม่ควรเล่นกันภายในระยะเวลาน้อยกว่า 72 ชั่วโมง กฎนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสุขภาพของนักฟุตบอลและป้องกันไม่ให้เกิดภาระทางร่างกายมากเกินไป"

ครับ กฏข้อนี้ไม่ได้ระบุว่า 'ห้าม' แต่ใช้คำว่า 'ไม่ควร' เช่นนี้ หากจำเป็นก็สามารถทำได้ 

ว่ากันตามกฏนี้ เรอัล มาดริด ไม่สามารถทำอย่างไรได้ครับ และ ลา ลีกา เองก็ไม่ได้มีความผิด 

ทั้งนี้การจัดโปรแกรมแข่งขันนั้นที่ผ่านมา ลา ลีกา เองพยายามที่จะหาสมดุลให้แต่ละทีมได้มีเวลาปกป้องสุขภาพของนักเตะ หากแต่ด้วยโปรแกรมที่ชุกในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่จะทำได้ทุกครั้ง 

กล่าวคือในหนึ่งฤดูกาล ทีมจะต้องเจอกับสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะทีมที่มีโปรแกรมลงเล่นเยอะ ทั้งในประเทศและถ้วยยุโรป ยิ่งเข้ารอบลึกก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น 

กระนั้นก็ตาม ในส่วนของวันและเวลาแข่งขันนั้น ใช่ว่า ลา ลีกา จะไม่ผ่อนปรนให้เลย 

บางครั้งก็คุยกันได้ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขันของ ลา ลีกา ก็จะประเมินสถานการณ์ดูความเหมาะสม ถ้าให้ได้ก็ให้ แต่ถ้าให้ไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นคำแนะนำของ ฟีฟ่า ก็ต้องว่ากันไปตามนั้น 

กับประเด็นนี้ มีบางทีมที่ออกมาแย้ง มาดริด ว่า "จะตีรวนทำไม พักไม่ถึง 72 ชั่วโมง พวกข้าก็เคยโดน ไม่เห็นจะบ่นเลย" 

อืม...ผมว่าไม่ถูกนะ ถ้าจะคิดแบบนี้ ทำไมน่ะเหรอ ?

ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาขิงใส่กันน่ะสิ ส่วนตัวผมมองว่ามันคือปัญหาของส่วนรวม ถ้าผลักกันให้กลายเป็นประเด็นของสังคมลูกหนังได้ เรื่องนี้ก็มีโอกาสที่จะได้รับการแก้ไข เหมือนปัญหาอื่นๆก่อนหน้านี้ 

นักฟุตบอลก็คน เช่นนั้นก็ควรจะต้องมีกฏชัดเจนว่าควรได้พักเท่าไหร่ไม่ใช่แค่คำแนะนำ 

เข้าใจว่าด้วยเหตุผลทางธุรกิจ มันนี่ที่มันปลิวว่อน ทำให้ยากที่จะจัดตารางแข่งขันให้ทีมได้พักอย่างต่ำ 72 ชั่วโมงเท่าๆกัน แต่ถ้าไม่เริ่ม ก็เห็นทีว่านักฟุตบอลก็คงได้แต่เวียนว่ายอยู่ในวังวนนี้กันต่อไป

อะไรคือผลเสียที่ตามมา ? 

พูดกันตอนนี้ มันอาจไม่ชัดหรอกนะครับ แต่ปัญหานักเตะบาดเจ็บเราจะสังเกตได้ว่ามันเกิดขึ้นบ่อยและถี่ขึ้นกว่ายุคอดีต หรือถ้าไม่เจ็บ ก็เหนื่อยล้าจนสายตัวแทบขาด อย่างภาพที่เห็นใน เด เซรามีก้ นั่นแหละ ซึ่งนานเข้าก็เกิดการสะสม 

ประเด็นนี้ ผมไม่อยากให้ทุกคนมองว่าการออกมาเรียกร้องของ เรอัล มาดริด เป็นความงอแง แต่อยากให้มองว่ามันเป็นสิ่งที่แต่ละสโมสรต้องร่วมมือกัน ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 

แล้วถามว่า ถ้าไม่เสียผลประโยชน์ มาดริด จะออกมาร้องมั๊ย ? 

ก็คงต้องตอบว่า 'ไม่' แต่จะหาเหตุตีรวนเพราะมองแค่ว่ามันเป็นผลประโยชน์ของ มาดริด นั้น  ผมก็ดูว่าเราสามารถคิดได้ซับซ้อนกว่านั้นนะ 

แน่นอนว่า มาดริด ทำผิดหลักการที่ออกมาขู่ พวกเขาควรเดินเรื่องเรียกร้องอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้ว ก็ควรดันกันต่อ 

ในการนี้คนที่รับไม้ต่อก็คือ อีมานอล อัลกวาซิล กุนซือเรอัล โซเซียดาด 

อัลกวาซิล ให้สัมภาษณ์ว่า โซเซียดาด คือหนึ่งในสโมสรที่ลงเล่นมากที่สุดในซีซั่นนี้ และเกมที่พวกเขาเพิ่งไปเสมอ ราโย ที่ บาเยกาส นั้นก็คือการลงเล่นที่พักน้อยกว่า 72 ชั่วโมง นับจากเกมที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 

"พวกเราคือสองทีม (รวม มาดริด ด้วย) ที่ลงเล่นมากที่สุด และได้พักน้อยที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้ไร้เหตุผล"

"อันเชล็อตติ ไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ สถานการณ์นี้มันเป็นเรื่องซับซ้อนที่จะลงแข่งขัน ดูสิ เรามีตัวเจ็บกี่ตัวก่อนลงสนาม"

ล่าสุดทาง AFE ( Asociación de Futbolistas Españoles )หรือสมาคมนักเตะสเปนก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ ลา ลีกา ตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น โดยไม่ต้องการให้ถือเป็นแค่คำแนะนำจาก FIFA  แต่ควรบังคับใช้อย่างจริงจัง เพราะปัญหาเรื่องสุขภาพไม่ใช่สิ่งที่จะมาต่อรองได้

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นที่ฝั่ง มาดริด โวยนั้นก็เพราะพวกเขาไม่ได้รับการตอบสนองจาก ลา ลีกา ในการเลื่อนเวลาเตะในเกมกับ บียาร์เรอัล เมื่อวันเสาร์ โดยทาง  สื่อ COPE รายงานว่า เอมิลิโอ บูตราเกนโญ่ ตัวแทนมาดริดได้ทำการยื่นเรื่องไปยัง ลา ลีกา 2 ครั้งด้วยกัน 

ครั้งแรกหลังจากทราบประกาศเรื่องเวลาแข่งจาก ลา ลีกา และครั้งที่สองหลังจากจบเกมกับ แอต.มาดริด ซึ่งลากยาว 120 นาทีเต็ม ทว่ากลับได้รับคำตอบปฏิเสธมาจากผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขันของ ลา ลีกา 

อย่างไรก็ตาม ฆาเบียร์ เตบบาส ประธานลา ลีกา ออกมาทวีตชี้แจ้งเรื่องนี้ว่า บูตราเกนโญ่ ไม่เคยมาขอเปลี่ยนแปลงเวลาแข่งเกม บียาร์เรอัล-เรอัล มาดริด แต่อย่างใด แต่มาขอเปลี่ยนเวลาแข่งเกม เลกาเนส-เรอัล มาดริด ต่างหาก ซึ่งเดิมที ลา ลีกา วางโปรแกรมเอาไว้ให้คู่นี้เล่นในนเวลา 16.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) แต่ บูตราเกนโญ่ มาขอเปลี่ยนเป็นแข่ง 21.00 น. แทน 

กับเรื่องนี้ เตบาส ทวีตประชด มาดริด ว่า 

เราจัดโปรแกรมให้คุณได้พักเกิน 72 ชั่วโมงแล้ว โดยให้เล่นกับ เลกาเนส ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม เวลา 16.15 น. แต่ บูตราเกนโญ่ มาขอเปลี่ยนเป็นเวลา 21.00 น. เอง ซึ่งถ้านับจำนวนชั่วโมงก่อนถึงเกมโกปา เดล เรย์ รอบรองฯ กับ เรอัล โซเซียดาด ที่จะเล่นกันในวันอังคารที่ 1 เมษายน เวลา 21.00 น. แล้ว 

รวมๆ มาดริด ได้พักแค่ 71 ชั่วโมงเองนะ !! 

ครับ เตบาส เองก็แสบ ย้อนเข้าให้ว่าคุณเลือกที่จะมีเวลาแค่ 71 ชั่วโมงนะ ตกลงเล่นไม่เล่น ?

ครับ ประเด็นนี้ถ้ามองเป็นดราม่า เราก็จะได้ดราม่า ถ้ามองเป็นงาน เราก็ได้งาน  

มาดริด เปลี่ยนเวลาจาก 4 โมงเย็นไปเป็น 3 ทุ่ม เหตุผลก็น่าจะมาจากอยากให้นักเตะพวกเขาได้พักมากขึ้นหลังเกมทีมชาติ จนเหลือเวลาพักก่อนเกมกับ โซเซียดาด ไม่ถึง 72 ชั่วโมง 

71 ชั่วโมงที่ได้ นั่นก็ดีมากแล้ว สำหรับนักเตะที่คิวเดินทางและลงเล่นชุกอย่างกับน้องลำไย 

ส่วนเรื่องที่ว่าต้องพักอย่างน้อย 72 ชั่วโมงนัั้น ผมว่ามันถึงเวลาแล้วนะที่องค์กรลูกหนังควรจะจริงจังกับมันสักที 

ผลกระทบนี้ไม่ต้องวัดที่ไหนไกล จากตัวเรานี่แหละ อย่างผมดูบอลดึกวีกละ 4 คืน...แม่งจะตายเอาง่ายๆครับคุณ (ฮา)

เจมส์ ลาลีกา


ที่มาของภาพ : getty image
BY : เจมส์ ลาลีกา
อาวุธ จิวรากรานนท์
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport