โชเซ่ มูรินโญ่ พา เรอัล มาดริด บุกหักปีก บาร์เซโลน่า 2-1 ในศึกเอล กลาซิโก้ ครั้งที่ 265 โดยได้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เหมาสองประตู ดับฝันเจ้าถิ่นที่หวังสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัย 10 นัดรวดในลา ลีกา
ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน แมตช์เดย์ที่ 10 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 เป็นบิ๊กแมตช์ "เอล กลาซิโก้" ของสองคู่ปรับตัวฉกาจของลีก จ่าฝูง บาร์เซโลน่า ซึ่งมี 27 คะแนนเปิดคัมป์ นู รับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด อันดับ 3 ซึ่งมี 21 คะแนน เกมนี้่ ราชันชุดขาว ต้องการสามแต้มเป็นอย่างมากเพื่อลดช่องว่างในการลุ้นแชมป์
บาร์เซโลน่า เตรียมเปิดคัมป์ นู รับมือ เรอัล มาดริด ในศึกเอล กลาซิโก้ โดยเจ้าถิ่นกำลังฟอร์มแรงชนะรวด 9 นัดแรก เก็บ 27 คะแนนเต็ม ขณะที่ราชันชุดขาวรั้งอันดับ 3 มี 21 แต้ม เกมนี้มีเดิมพันสำคัญบนหัวตารางลา ลีกา
เกมเดือดตั้งแต่ 10 นาทีแรกหลังเล่นกันแบบถึงลูกถึงคน ทีมเยือนได้โอกาสทักทายก่อนจาก อาร์ด้า กือแลร์ แต่ซัดเหินคานออกไป ขณะที่บาร์ซ่าได้ลุ้นจาก กอร์ดอน ที่ซัดไปเข้าซอง อังเดรย์ ลูนิน
แม้เจ้าบ้านจะสร้างโอกาสได้มากกว่าแต่จังหวะสุดท้ายยังยิงไม่ผ่านอังเดรย์ ลูนิน ที่เซฟช่วยทีมเยือนไว้ได้ แถมผ่านไปครึ่งชั่วโมง บาร์เซโลน่า ต้องมาเสีย ชาบี เอสปาร์ต ที่บาดเจ็บจนเล่นไม่ไหวก่อนส่ง อเลฮานโดร บัลเด้ ลงเล่นแทน
นาที 41 กลายเป็น เรอัล มาดริด ที่บุกมาขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ มาร์ค กูกูเรย่า ให้ ยาน ดิโอม็องเด้ เปิดเข้ากลางไปบอลเหมือนไม่มีอะไรแต่ เคราร์ด มาร์ติน ดันสกัดไปติดตัว คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เปลี่ยนทางเข้าประตู ส่งให้ ราชันชุดขาว บุกมาขึ้นนำในครึ่งเวลาแรก 1-0
ครึ่งหลัง แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มได้เฮกันลั่นคัมป์นูหลัง บาร์เซโลน่า ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะเล่นสั้นที่มุมธงและเป็น เปดรี้ ที่แอสซิสต์ให้ ราฟินญ่า ซัดด้วยซ้ายสุดเฉียบผ่าน อังเดรย์ ลูนิน เข้าไปพร้อมเป็นประตูที่ 13 ในลีกฤดูกาลนี้นำดาวซัลโวเดี่ยวๆ
นาที 66 เคราร์ด มาร์ติน เกือบมาแก้ตัวได้หลังขึ้นเทกโขกเต็มๆ หัวแต่บอลยังไปติดเซฟของ อังเดรย์ ลูนิน ที่พุ่งปัดปลายมือออกไปอย่างเหลือเชื่อ
เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้มแต่ก่อนหมดเวลา 3 นาที เอดูอาร์โด กามาวินก้า ไหลบอลให้ เอ็มบัปเป้ ซัดจ่อ ๆ เป็นประตูชัยพามาดริดคว้าสามแต้มสุดสำคัญ 2-1
ชัยชนะนัดนี้เป็นครั้งแรกที่ เรอัล มาดริด บุกชนะบาร์ซ่าที่คัมป์ นู นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 พร้อมยืดสถิติของ มูรินโญ่ ที่ไม่แพ้ “เจ้าบุญทุ่ม” ในฐานะกุนซือราชันชุดขาวเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน (ชนะ 4 เสมอ 2) และหยุดสถิติชนะเกมเหย้าในลีก 23 นัดรวดของเจ้าถิ่นลงได้สำเร็จ
แม้ยังรั้งอันดับ 3 แต่ “ราชันชุดขาว” มีเพิ่มเป็น 24 คะแนน ไล่จี้จ่าฝูง บาร์เซโลน่า เหลือเพียง 3 แต้ม ศึกชิงบัลลังก์ยังเดือดต่อแน่นอน!
รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม
บาร์เซโลน่า (4-2-3-1) : โจน การ์เซีย - ชูเอา กันเซโล่, เปา กูบาร์ซี่, เคราร์ด มาร์ติน, ชาบี เอสปาร์ต - โรดรี้, เปดรี้ - ลามีน ยามาล, เฟร์มีน โลเปซ, แอนโธนี่ กอร์ดอน - ราฟินญ่า
เรอัล มาดริด (4-2-3-1) : อังเดรย์ ลูนิน - เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, อิบราฮิมา โกนาเต้, ดีน เฮาเซ่น, มาร์ก กูกูเรย่า - โอเรเลียง ชูอาเมนี่, แบร์นาร์โด้ ซิลวา - อาร์ด้า กือแลร์, จู๊ด เบลลิงแฮม, ยาน ดิโอม็องเด้ - คีลิยัน เอ็มบัปเป้