เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ ไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เดินทางมาเข้าร่วมมากกว่า 17,000 คน
ตัวเลขนี้มากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขัน โอลิมปิก เสียอีก
และเมื่อคนจำนวนมหาศาลเดินทางเข้ามาอยู่ในมหกรรมกีฬาเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นที่ ญี่ปุ่น ครั้งนี้ก็ทำให้เราเห็นว่า การเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ ไม่ได้มีโจทย์แค่เรื่องสนามแข่งขัน
หนึ่งในปัญหาที่ ไอจิ-นาโกย่า ต้องเผชิญคือที่พักและการเดินทาง
ปัญหาเรื่องจำนวนที่พักไม่เพียงพอ กลายเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญจาก เอเชียนเกมส์ ครั้งนี้
เพราะไม่ว่าประเทศเจ้าภาพจะมีสนามแข่งขันดีแค่ไหน หากต้องรองรับนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 17,000 คน
คำถามไม่ได้มีเพียงว่า “จะแข่งขันที่ไหน?” แต่ยังรวมถึง คนทั้งหมดจะพักที่ไหน? จะเดินทางจากที่พักไปสนามอย่างไร? และระบบของเมืองจะรองรับมหกรรมขนาดนี้ได้มากแค่ไหน?
เรื่องนี้จึงน่าสนใจ เมื่อเรามองไปยังเจ้าภาพ เอเชียนเกมส์ ครั้งต่อไปอย่าง กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
เพราะท่าทีจาก โดฮา 2030 ค่อนข้างมั่นใจครับ
อาหมัด อับดุลลา อัล-บูนาอิน ซีอีโอคณะกรรมการจัดการแข่งขัน บอกว่า “เรามีโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือเพียงการนำสนามเหล่านั้นมาใช้งาน”
และยืนยันว่า สนามแข่งขันที่จำเป็นสำหรับเอเชียนเกมส์ มีพร้อมอยู่แล้ว ไม่มีแผนที่จะสร้างสนามแข่งขันเพิ่มเติม
เหตุผลหนึ่งคือ กาตาร์ ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์
โดฮา เคยเป็นเจ้าภาพ เอเชียนเกมส์ 2006
หลังจากนั้น กาตาร์ ยังผ่านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติอีกหลายรายการ
โดยเฉพาะ ฟุตบอลโลก 2022 ทำให้โครงสร้างพื้นฐานและสนามจำนวนมากมีอยู่แล้ว และสามารถนำกลับมาใช้กับการแข่งขันประเภทอื่นได้
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ สนามอัล จานูบ
สนามที่เคยใช้แข่งขันฟุตบอลโลก 2022 กำลังถูกปรับเพื่อใช้กับการแข่งขันบาสเกตบอลใน FIBA Basketball World Cup ที่ โดฮา จะเป็นเจ้าภาพ
ดังนั้น ในแง่ของสนาม กาตาร์กำลังบอกว่า พวกเขาพร้อมแล้ว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใน ญี่ปุ่น ทำให้คำถามเรื่องความพร้อมของ โดฮา 2030 น่าสนใจกว่านั้น
เพราะเมื่อถามถึงจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งหน้า
คำตอบจากฝ่ายจัดคือ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงตัวเลข และ ณ เวลานี้ยังไม่มีการกำหนดเพดาน
ขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดยังอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับ OCA เรื่องโปรแกรมการแข่งขันและโควตานักกีฬา รวมถึงหารือกับสหพันธ์กีฬานานาชาติต่าง ๆ
โดยไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องลดจำนวนชนิดกีฬาหรือรายการแข่งขันลง
เอเชียนเกมส์ 2026 เพิ่งแสดงให้เห็นว่า เมื่อการแข่งขันขยายใหญ่จนมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่มากกว่า 17,000 คน
“ความพร้อม” ไม่สามารถวัดกันด้วยจำนวนสนามเพียงอย่างเดียว
โดฮา อาจมีข้อได้เปรียบจากการมีสนามพร้อม มีโครงสร้างพื้นฐานเดิม มีประสบการณ์จากเอเชียนเกมส์ 2006 และมีประสบการณ์จากฟุตบอลโลก 2022
แต่โจทย์ที่ได้รับต่อจาก ไอจิ-นาโกย่า คือการบริหารคนจำนวนมหาศาลที่เดินทางเข้ามาอยู่ในเมืองเดียวกัน
ตั้งแต่ ที่พัก การเดินทาง การจัดการนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ไปจนถึงระบบสนับสนุนต่าง ๆ
ฉะนั้น หากจะมีหนึ่งบทเรียนจาก ญี่ปุ่น ส่งต่อไปถึง กาตาร์
มันอาจเป็นเรื่องง่าย ๆ ว่า การจัดมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ ไม่ได้เริ่มต้นตอนนักกีฬาเดินเข้าสู่สนาม และไม่ได้จบลงตอนการแข่งขันสิ้นสุด
โจทย์จริงคือ เมื่อคนหลักหมื่นเดินทางมาถึง ทั้งเมืองจะพร้อมเหมือนสนามหรือเปล่า