เปิดเบื้องหลังน้ำตาและรอยเหงื่อ “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง จากเด็กขี้เกียจซ้อมและมรสุมตกรอบปารีสเกมส์ สู่ฮีโร่แชมป์โลกและเหรียญทองเทควันโด เอเชียนเกมส์ 2026
"หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในเอเชียนเกมส์ 2026 หลังคว้าเหรียญทอง เทควันโด รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 68 กิโลกรัมชาย ให้กับประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสำเร็จนี้มีอะไรหลายอย่างที่ หยู ต้องแลกมา ติดตามที่ SIAMSPORT
[ หยาดเหงื่อในแคมป์ฝึกซ้อม ]
หลายคนอาจมองว่านักกีฬาระดับแชมป์โลกต้องเป็นคนที่หลงใหลการฝึกซ้อมมาตั้งแต่เด็ก
แต่สำหรับ หยู บัลลังก์ เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ตัวเองเป็นคนที่ขี้เกียจซ้อมและไม่เคยชอบการซ้อมเลยแม้แต่น้อย ... ทว่าเหตุผลเดียวที่ทำให้เขายอมลุกขึ้นมาซ้อมหนักในทุก ๆ วัน นั่นก็เพราะเขา "เกลียดความพ่ายแพ้ยิ่งกว่า"
เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายระดับโลก หยู ต้องฝึกซ้อมหนักมาก ๆ ทั้งการเก็บตัวซ้อมเช้าและเย็น โดยที่เจ้าตัวยังเพิ่มโปรแกรมซ้อมส่วนตัวในช่วงกลางวันด้วยตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเตรียมศึกใหญ่ เขาต้องผ่านโปรแกรมฝึกซ้อมที่มหาวิทยาลัยยองอิน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเข้าขั้น "สัปดาห์นรก" เป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม ทั้งการวิ่งขึ้นบันไดและการปะทะกับคู่ต่อสู้ที่มีสไตล์หลากหลายจนขาปวดเกร็งไปหมด
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญของการซ้อมเกิดขึ้นเมื่อเขาได้พูดคุยกับนักจิตวิทยาประจำสมาคม และทีมโค้ชอย่าง โค้ชแม็ก ชัชวาล ขาวละออ ที่ชี้ให้เห็นว่า การซ้อมให้ได้ผลไม่ใช่แค่การตั้งใจทำตามสั่ง แต่คือการ "ใส่ใจ" ในทุกรายละเอียด
หยู ต้องรู้ว่าท่าเตะแต่ละครั้งจะถูกนำไปใช้จริงบนเบาะยางอย่างไร ซึ่งการปรับทัศนคตินี้เองก็กลายเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้เขากลับมาฟิตสมบูรณ์และมั่นใจยิ่งกว่าเดิม
[ บทเรียนจากปารีส ]
ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ณ กรุงปารีส หยู ต้องพบกับฝันร้ายจากการตกรอบแรก
ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นสร้างความเสียใจให้เขาอย่างมาก แต่เมื่อกลับมาทบทวนตัวเอง หยู พบว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่เขาแบกความกดดันและปล่อยให้ความคิดวิ่งแซงหน้าไปถึงอนาคต กังวลว่า หากแพ้ สิ่งที่ซ้อมมาทั้งหมดจะสูญหาย จนทำให้เล่นเกร็งและไม่เป็นตัวเอง
บทเรียนจากปารีสสอนให้เขารู้ว่า ผลแพ้ชนะคือสิ่งที่ไม่มีใครควบคุมได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการจดจ่ออยู่กับปัจจุบันเท่านั้น
นับแต่นั้นมา เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มรู้สึกตื่นเต้น ประมาท หรือกลัวบนสังเวียน หยูจะมีคาถาเตือนสติประจำตัวสั้น ๆ ที่ท่องกับตัวเองว่า "กูคือบัลลังก์นะ" เพื่อดึงสติตัวเองกลับมาอยู่กับจุดที่ยืนอยู่
นอกจากนี้ ในช่วงแข่งขันรายการสำคัญ เขายังเลือกที่จะตัดโซเชียลมีเดียออกทั้งหมด เพื่อไม่ให้สมาธิไขว้เขว แล้วหันมาอ่านหนังสือและทำสมาธิแทน
[ การผงาดคว้าแชมป์โลกที่อู๋ซี ]
การขยับรุ่นจาก 63 กิโลกรัม ขึ้นมาแข่งในรุ่น 68 กิโลกรัม ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะต้องแบกน้ำหนักและปะทะกับนักกีฬาต่างชาติที่มีโครงสร้างร่างกายใหญ่กว่า
แต่ความทุ่มเทก็ออกผลในศึก World Taekwondo Championships 2025 ณ เมืองอู๋ซี ประเทศจีน หยู ลงแข่งขันในฐานะมือวางอันดับ 1 ฝ่าฟันด่านหินถึง 6 รอบ
รวมถึงแมตช์ดราม่าสะเทือนอารมณ์ในรอบ 16 คนสุดท้าย ที่เขาฮึดเตะทำคะแนนแซงชนะ ดามีร์ ชูเลนอฟ จากคาซัคสถาน 10-9 ก่อนหมดเวลาเพียง 2 วินาที จนกระทั่งทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และไล่เตะต้อนเอาชนะ ยู ฮยอนซอง จากประเทศเกาหลีใต้ ไปขาดลอย 2-0 ยก
ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ หยู บัลลังก์ ผงาดคว้าแชมป์โลก พร้อมรับเงินรางวัลอัดฉีด 1.5 ล้านบาท จารึกชื่อเป็น นักเทควันโดชาวไทยคนที่ 6 ที่คว้าแชมป์โลก และเป็น นักกีฬาชายคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ต่อจาก โค้ชแม็ก ชัชวาล ขาวละออ รวมถึงเป็นแชมป์โลกรุ่นใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา
[ ชัยชนะที่แลกมาด้วยความคิดถึง และน้ำตาเพื่อพ่อแม่ ]
แม้จะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่ในศึกซีเกมส์ 2025 ที่ผ่านมา
หลังการคว้าเหรียญทองรุ่น 68 กก. ด้วยการเอาชนะ นูแซร์ ลาโอ จากฟิลิปปินส์ 2-0 ยก เบื้องหลังการแข่งขันกลับมีฉากซาบซึ้งที่ทำเอาหลายคนต้องน้ำตาคลอ
แมตช์นี้นับเป็นครั้งแรกที่คุณแม่เดินทางมานั่งชมการแข่งขันของหยูแบบสด ๆ ขอบสนาม และเป็นแมตช์ระดับประเทศรายการแรกที่คุณพ่อมาเชียร์ถึงข้างสนาม
หลังจบเกม หยู เปิดใจให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า เขายังไม่กล้าเดินเข้าไปหาคุณแม่ทันทีเพราะกลัวจะร้องไห้ออกมา
"ไม่ค่อยได้กลับบ้าน อยากกลับบ้านมาก ๆ แต่ซ้อมตลอด แล้วบ้านก็อยู่ต่างจังหวัด อยากให้เสร็จทุกอย่างแล้วค่อยกลับไปหา กลับไปกอด ไปเติมพลังให้ชีวิต"
หยู ถอดความรู้สึกในใจถึงความเสียสละที่ต้องจากบ้านมาเก็บตัวซ้อม พร้อมกับประโยคสั้น ๆ ว่า "แค่เห็นมองตา ก็รู้ใจแล้ว" เพราะพ่อแม่คือหลังบ้านที่คอยซัพพอร์ตและเป็นพลังใจสำคัญที่สุดเสมอ
ในวันนี้ หยู คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งเหรียญทองเหรียญนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่ยังเป็นเหรียญทองเพื่อครอบครัวและคนไทยที่คอยซับพอร์ตเขามาโดยตลอด