คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. Jackie

ชัยชนะของ มูรินโญ

17/04/2017 22:52:32 น.


     ไม่ผิดหวังจริงๆสำหรับแนวทางโค้ชระดับทอปของโลกอย่าง โชเซ มูรินโญ

 

        ก่อนแข่งเกมนี้ผมประกาศไปทั่วอยู่แล้วว่ายังไง มูรินโญ ไม่มีทางยอมแพ้หรือปล่อยให้เชลซีบุกมาชนะถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด ...ผีชนะหรือเปล่าผมไม่รู้แต่ที่แน่ๆคือ ผีไม่แพ้แน่นอน กระทั่งผลเสมอก็ไม่น่าเสียดายเท่าไหร่ 


        เอาเข้าจริงๆ....ผีชนะเลย


        ชนะทั้งแทกติก, สกอร์, ทุกอย่าง ประหนึ่งว่านี้คือเกมที่กำลังตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก อารมณ์ของเกมออกมาแบบนั้น แต่เปล่าเลยครับ โชเซ มูรินโญ ต่างหากที่บิลด์นักเตะของตัวเองผ่านแทกติกจนทำให้ชนะ อันโตนีโอ คอนเต้ และเชลซี 


        ส่งผลให้....ตำแหน่งจ่าฝูงสั่นคลอนเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 


        นับจากนี้อีก 6 นัดอะไรก็เกิดขึ้นได้ขอเพียงแต่สเปอร์สทำหน้าที่ตัวเอง ส่วนเชลซีต้องรีบกระตุ้น ปลุกสติให้กลับคืนมาโดยด่วน แย่กว่านั้นคือ...แทนที่จะมีพรีเมียร์ลีกให้แก้ตัว พวกเขากลับต้องเล่นเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศกับสเปอร์สอีกต่างหาก


        กลายเป็นลุ้นว่าทีมไหนมีโอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ ซะอย่างนั้น


        เอาเป็นว่า...เรื่องของเชลซีกับการลุ้นแชมป์ปล่อยไป เรามาว่ากันถึงเบื้องหลังจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเกมที่พิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า "โค้ช" นั้นสำคัญต่อเกมฟุตบอลไม่ใช่เจ้าของทีมหรือประธานสโมสรในวงการฟุตบอลอาชีพที่ยุโรป


        ถ้าเมืองไทย...ผมขอไม่แตะครับ เพราะเรายังคงค่านิยมแบบไทยๆ เอาเป็นว่าค่อยปรับกันไปก็แล้วกันนะ เรื่องความคิดของคนเนี่ยเปลี่ยนกันวันสองวันไม่ได้ ต้องใช้เวลา 


        ถ้ายุโรป บอลอาชีพที่โน่น "โค้ช" หรือ ผจก. ทีมแบบคนอังกฤษ คือหัวหน้าใหญ่ของสตาฟโค้ชทั้งหมด มีความสำคัญต่อผลการแข่งขัน ชัยชนะ, พ่ายแพ้ ล้มเหลว และถ้วยรางวัล เพราะงานเบื้องหน้ามันมาจากเบื้องหลังในสนามซ้อม


        ซ้อมดี...โอกาสลงสนามแข่งจริงแล้วเล่นดีมีมาก


        พลอตแห่งผลแข่งขันมันมาจากตรงนั้น ถ้าเหยาะแหยะ ไม่จริงจัง ซ้อมทีเล่นทีจริง ไม่มีสมาธิ มุ่งมั่นมากพอ ลงสนามมันก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ นานๆจะเกิดเหตุการณ์แบบ ซ้อมไม่ดี แถมเล่นไม่ดี ในสนามแต่สามารถชนะในเกมได้


        บอลผีบอกแบบนั้นมันได้อย่างมากครั้งสองครั้ง ถ้าจริงจังเป็นบอลลีกทั้งฤดูกาล หวังผลและเป้าหมายอย่างนั้นเชื่อเถอะว่ายาก 


        เหมือนเกมนี้แหละครับ...พลอตแห่งชัยชนะของผีแดงมันเริ่มมาจากสนามซ้อมที่แคร์ริงตัน ถ้าเราติดตามงานของ มูรินโย มันไม่มีอะไรมาก ไม่มีเคล็ดลับอะไรเลยในการที่จะหยุดความเก่งของเชลซี และทีมอีกมากมายที่โดนทีเด็ดของ มูรินโย มาหมดแล้ว


        ทั้งบาร์เซโลนา, ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล ที่ว่าเกมรุกจัดจ้านหรือเป็นทีมแข็งแกร่ง ...มูรินโญ ปราบมาหมด นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่เอี่ยมถอดด้าม เป็นเรื่องที่เชื่อว่าคอบอลยุคใหม่ ต้องทราบดีว่า มูรินโญ มีดีอย่างไร


        ไม่งั้นเขาจะเป็นโค้ชที่มีค่าจ้างแพงที่สุดในโลกมาแล้วได้อย่างไร 


        เขาคือ "The Master of defence" อย่างชัดเจนที่สุด


        ผมเขียนคอลัมน์วันก่อนแข่ง พลาดไปสองเรื่อง หนึ่งคือคิดว่า สลาตัน อิบราฮิโมวิช จะต้องลงเล่นเกมนี้กับ มิคกี้ เพราะสองเกมก่อนหน้านี้ที่ผีแพ้ในลีกและเอฟเอ คัพ ไม่ได้ลงสนามพร้อมกัน ซึ่งระดับนักเตะคู่นี้ ยังไงต้องลงรับมือเชลซี


        ผิดคาด!!     


        มูรินโญ ไม่ส่ง ถ้าค้นหาเหตุผล...ก็ตีได้หลายประเด็น ทั้งล้าและต้องการโรเตชั่นเพื่อเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูโรปา ลีก แต่ถ้าเลือกเฉพาะเหตุผลทางแทกติกมันผสมผสานระหว่างเรื่องสภาพร่างกายของ อิบรา กับเรื่องของเกมที่จะเล่นกับเชลซี ไปในตัว


        นั่นคือข้อหนึ่งส่วนอีกข้อหนึ่งคงเป็นผลแข่งที่ผมคิดว่าออกเสมอ...แต่ก็นั่นแหละครับ มันเป็นเรื่องปกติของเกมบิ๊กแมตช์ "เสมอ" เป็นมุมกว้างสุดๆ ด้วยสถานะการณ์เช่นนี้ ทั้งฟอร์มผีแดงและความต้องการคะแนนของเชลซี


        อย่างไรซะ...ผมขอแอบอ้างนิดหนึ่งละกันเพราะคุยที่ beIN sports กับน้องๆทีมงานทั้โปรดิวเซอร์ ตากล้อง เด็กผีหลายๆคนว่า "มั่นใจผีไม่แพ้แน่นอน อย่างแย่สุดคือเสมอ"  โอเค ครับ มันคงเป็นการเดาสุ่ม วิจารณ์บอลส่งเดช


        กระนั้นมันก็มีเหตุผลรองรับและเป็นอะไรที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า....นั่นแหละครับ แบบนี้ โชเซ มูรินโญ เจ้าพ่อเกมรับและการทำให้เกมรัดกุม บลอคเกมคู่แข่งได้มานักต่อนัก 


        11 คนแรกที่ต้องเล่นตามแทกติกในสนามซ้อมแคร์ริงตัน ผมเชื่อว่า เขาติวเข้มเมื่อวันเสาร์ก่อนเกมหนึ่งวัน มันเป็นการซ้อมแบบประชุมทีม เพราะซ้อมอะไรไม่ได้มากพึ่งแข่งบอลยูโรปา ลีก มา คงเป็นแค่การฟื้นฟูหรือ recovery ตามโปรแกรมเท่านั้นเอง


        เพียงแต่การฟื้นฟูร่างกายในสนามซ้อมมาพร้อมกันกับการประชุมเข้มถึงเรื่อง  game plan ที่จะใช้สู้กับเชลซีซึ่งในเกมแพลนของ มูรินโญ มีรายละเอียดเยอะแยะไปหมดแต่รวมๆแล้วมันมีสองเรื่องที่จะเล่นกับทีมคอนเต้


        1 แทกติก


        2 จิตวิทยา


        ข้อแรก....เลยนะครับ มูรินโญ กำหนดแนวคิดการเล่นเกมนี้ผ่าน 11 คนแรกด้วยคำว่า "ป้องกัน" อะไรคือป้องกัน


        มันมาจากการเล่นของเชลซีในแผน 3-4-3 ที่เก็บชัยชนะมาต่อเนื่องทั้งซีซั่นจนมีลุ้นคว้าแชมป์ และจากเกมแรกที่แพ้ 0-4 และแพ้ 0-1 ในเอฟเอ คัพ ที่ดูไม่โปร่งใสเพราะว่า เอร์เรรา โดนใบแดงเสียอย่างนั้น เป็นจุดเปลี่ยนของเกมทั้งที่กำลังเล่นได้ดี


        จุดแข็งของเชลซีคือ วิงแบกสองฝั่งพื้นที่ด้านข้าง และการเล่นของ อาซาร์ กับทีมเกมรุกทั้งคอสต้า , เปโดร ดังนั้น มูรินโญ ต้องป้องกันพื้นที่ด้านข้าง ไม่ให้วิงแบกสองฝั่งของเชลซีเติมง่ายๆ การที่จะป้องกันพื้นที่ด้านข้างจึงต้องการฟูลแบกที่มีความเร็ว 

 

 


        ลุค ชอว์ ช้าไป อันนี้ตอนแรกผมคิดว่าน่าจะลง พอเห็นการตัดตัวทั้ง แอชลีย์ ยัง กับ มัตเตโอ ดาร์เมียน ลงสนามมันจึงมีลักษณะของการป้องกันพื้นด้านด้านข้าง เป็น ดับเบิล แบค ไม่ใช่ดับเบิล แบลค ที่เป็นวิสกี้นะครับ


        บังเอิญเหลือเกินที่ มาร์กอส อลอนโซ เดี้ยงตอนวอร์ม ทำให้ อัสปิลิกวยต้า ต้องโยกไปวิงแบกขวา แล้ว เคิร์ต ซูมา ลงมายืนเซนเตอร์ฮาล์ฟสามคน แล้วสลับ วิคเตอร์ โมเสส มายืนวิงแบกซ้าย ที่เขาไม่ถนัดแน่นอน


        อัสปิลิกวยตา เล่นเซนเตอร์สามคนมาตลอด แม้เคยเล่นแบกและธรรมชาติเป็นแบกก็จริง แต่ยังไงก็ต้องเจอกับ ดาร์เมียน และ ยัง ร่วมมือกันปิดพื้นที่ริมเส้น เช่นเดียวกับฝั่งขวาของแมนฯยูฯ วาเลนเซีย , เฟลไลนี , แรชฟอร์ด ที่สลับกันมาปิดการขึ้นเกมทางนี้


        โดย เอร์เรรา คือ แมน มาร์คเกอร์ เหมือนเกมแรกที่ใช้ ฟิล โจนส์ สลับกับ เอร์เรรา ตามประกบ เอแดน อาซาร์ 


        นี่คืออีกหนึ่งการป้องกัน ส่วน คอสต้า มีเซนเตอร์ตามอยู่แล้วทั้ง ไบยี และ โรโฮ สลับหน้ากันมาร์คใกล้ๆ ไม่ให้พลิกบอลเล่น ส่วนอีกคนคือ ป๊อกบา มีหน้าที่เก็บกวาดและเตรียมปั้นเกม และช่วยทำลายเกมด้วย


        ที่น่าทึ่งคือเขาใช้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนหน้าคู่กับ เจสซี ลินการ์ด เพื่อเล่นเกมรับตั้งแต่แดนบนคือ ไล่กดดัน 3 เซนเตอร์ของเชลซี ทั้ง ดาวิด ลุยส์, ซูมา และ เคฮิลล์ ส่วนประตูนั้นล่าสุด มีข่าวว่า กูร์กตัวส์ เจ๋บระหว่างการโปรโมตบาสเกตบอล ซะงั้น..เลยเป็น เบโกวิช แทน


        การเพรสซิงแดนบนของคู่กองหน้านั้นเพื่อ...บีบให้เซนเตอร์ฮาล์ฟ ต้องเล่นเกมรุกเอง หลายครั้ง ซูมา, ลุยส์ ต้องพาบอลขึ้นมา เพราะจ่ายไม่ได้ โดนเพรสซิงอยู่ ในระยะ 40 หลา มีบ้างถึงหน้าเขตโทษเลย 


        ขณะที่ ลินการ์ด และ แรชฟอร์ด บีบข้างบน แดนกลางของแมนฯยูฯ ลอคผู้เล่นเชลซีไว้หมดแล้ว แมน ทู แมน ตามที่วางแผนในสนามซ้อม โดย เอร์เรรา พิเศษหน่อยตาม อาซาร์ คนเดียว 


        นี่คือภาพกว้างหลังจากผีขึ้นนำ 1-0 จากความเร็วของ แรชฟอร์ด และการจ่ายที่ชาญฉลาดของ เอร์เรรา หลังจากแดนกลางผีรุมสกรัมแย่งบอลมาได้. แม้ เอร์เรรา แฮนด์บอล และ บอบบี (โรเบิร์ตนั่นแหละ) แมดลีย์ ไม่เป่าให้ เกมต่อเนื่อง


        สกอร์ยิงเร็วที่สุดในซีซั่นนี้ของผีแดงและเสียเร็วที่สุดของเชลซีในซีซั่นนี้ เกิดขึ้นนาทีที่ 7 จากจังหวะสวนกลับ และจากจังหวะที่ต่อสู้แย่งชิงพื้นที่แดนกลางในเขตแดนของผีแดง ซึ่งมันมาจาก "แนวคิด" การป้องกันของ มูรินโญ ในสนามซ้อมที่ไม่ต้องการให้ทีมคอนเต้ มีพื้นที่แม้แต่ตารางนิ้วเดียวที่จะเล่นบอล


        เมื่อเชลซีเสียบอลแดนกลาง... พวกเขาเสียประตู จาก 2 จังหวะ คือเอร์เรรา จ่าย แรชฟอร์ด วิ่งสอดด้านหลัง ลุยส์ (ที่ช้ากว่า) ก่อนหลุดเข้าไปยิงเรียดผ่านตัว เบโกวิช สังเกตให้ดี เขายิงไม่เต็มเท้าสักเท่าไหร่ แต่ทิศทางมันได้เลย


        เรื่องโต้แย้งประตูนี้จาก แฮนด์บอล และล้ำหน้า ผมมองว่าแฮนด์บอล มันขึ้นกับ แมดลีย์ เขาโบกมือเล่นต่อทันที ส่วนล้ำหน้านั้น ไม่ล้ำครับ เพราะบอลออกมาจากเท้า เอร์เรรา ตั้งนานก่อนที่ แรชฟอร์ด จะขยับจากการยืนเท่ากัน


        ลุยส์ นะช้า...และความช้าของ ลุยส์, เคฮิล ซึ่ง มูรินโญ เองก็ทราบ อย่าว่าแต้ มู พวกเราก็รู้ว่า เซนเตอร์สองคนนี้ไม่เร็ว แต่อ่านบอลและทางบอลดี จะเอาชนะก็ต้องใช้ความเร็ว นั้นจึงเป็นเรื่องที่ ลินการ์ด กับ แรชฟอร์ด ถูกส่งลงมา


        แล้วแมนฯยูฯ จะไม่บุกแบบบุ่มบ่าม แล้วการรับ เน้น ป้องกัน ไม่ให้เชลซีพลิกบอลเล่น ด้านข้างชขึ้นบอลไม่ได้ก็ต้องเข้าใน พอเข้าในก็เจอแต้่เสื้อสีแดงเต็มไปหมด มาเพรสซิงกันเร็วมาก ถ้าจะบอกว่านักเตะของเชลซีที่เล่นดีที่สุด คงหนีไม่พ้น กองเต้ ที่เอาตัวรอดได้ ส่วน มาติช ก็ช้า ไม่ทันกิน


        สปีด ความเร็วของนักเตะแมนฯยูฯ เกมนี้ มาจากความมุ่งมั่นและตั้งใจมากๆ และนั่นคือเหตุผลข้อสองที่ผมเชื่อว่า มูรินโญ จะพูดหลังอธิบาย "เกม แพลน" กับลูกทีมหมดแล้ว


        จิตวิทยา....


        คำว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงไม่ต้องอธิบายว่ามันยิ่งใหญ่มากเพียงไร มูรินโญ แค่กระตุ้น...ย้ำ...ปลุกเร้านักเตะเพื่อให้ใช้แทกติกของเขาให้ได้ผล มันคือเหตุผลสำคัญท่ีต่อยอดแทกติกที่ใช้


        ไม่ต้องสงสัยว่าทำไม คอนเต้ ให้สัมภาษณ์รับผิดชอบผลแข่ง เพียงเพราะเขาไม่สามารถกระตุ้นนักเตะให้เล่นสู้กับแมนฯยูฯ หได้ และเล่นแบบนี้มันไม่ใช่แคแรกเตอร์ของทีมแชมป์ ตรงกันข้ามเหมือนนักเตะแมนฯยูฯ กำลังจะคว้าแชมป์ต่างหาก


        เกมแพลน...วางไว้เพื้อลบจุดแข็ง ป้องกันจุดแข็งของเชลซี เรื่องเชิงจิตวิทยาของมู ทำให้นักเตะเล่นด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่มีแตกแถว นอกคำสั่ง เป๊ะ ทุกตารางนิ้วของสนามว่ากันแบบนั้น พวกเขาจึงชนะทุกแดนเลย


        คิดดูนะครับว่า...ดาบิด เดเคอา ไม่ได้เซฟอะไรเลย เพราะเชลซี ได้ยิง 5 ครั้งไม่ต้องกรอบสักครั้งเดียว


        เมื่อเกมรุกไม่ทำงานบวกกับประตูที่ได้เร็ว ส่งเสริมให้เข้าแผน มูรินโญ เช่นเดียวกับประตูที่สองอาจมีโชค แต่มันคือประตูที่ทำให้เชลซี แพ้ตั้งแต่นาทีที่ 49 


        ไม่มีมุมสู้ หรือมีการพลิกแพลงเกมอะไร เพราะแพ้รูปเกมอย่างสิ้นเชิ    ง ด้วยเหตุผล 2 ข้อที่ มูรินโย ใช้ในเกมนี้โดยเฉพาะ


        แฟนผีเอง คงงง....ว่าแล้วทำไมไม่ใช่ตั้งแต่6 เดือนก่อน 


        แหม...อีก 17-18 ทีมเล่นแบบเชลซีมั้ยละ ส่วนใหญ่ทีมในลีกใครเจอแมนฯยูฯ ก้อตั้งรับหมดนั่นแหละ 


        แมนฯยูฯ ก็เป็นอีกทีมหนึ่งที่เล่นกับทีมใหญ่ในกลุ่มทอปด้วยผลงานที่ดี เพียงแต่มันติดเสมอเยอะไปแต้มเลยไม่ขยับมาก 


        นัดนี้ชัยชนะของ มูรินโญ เกิดขึ้นจากฝีมือของเขาเหมือนเช่นเคยในเรื่องการป้องกันเกมรุกคู่แข่ง เขาสามารถเลือกนักเตะเข้าแผน และทำงานตามหน้าที่ของเขาได้เป๊ะมาก นี่คืออีกหนึ่งความเก่งของเขา


        แผนมีไว้แล้ว...ถ้านักเตะที่ส่งลงมา เล่นได้ไม่ดีนัก แผนก็พัง


        ลองนึกภาพดูว่า คุณ จะให้ อิบรา และมิคกี้ ไปวิ่งไล่นกดดันแนวรับเชลซี เหมือน ลินการ์ด กับ แรชฟอร์ด จะได้หรือไม่ หรือจะใช้ คาร์ริค ลงมาเล่นเกมที่ต้อกงารความเร็ว ดุดัน หนักหน่วงในแดนกลาง เหมือน เอร์เรรา, เฟลไลนี และ ปอกบา 


        ใช้คนผิดประเภท งานก็ไม่เดิน


        มูรินโญ จึงเป็นโค้ชที่ไม่ใช่มีแค่แผนในตำราท่ีเขาเรียนมาและประสบความสำเร๋จ หากแต่เขามีการเลือกคนทำงานและมีจิตวิทยา ที่เชื่อว่านักเตะก็ต้องฟัง ถ้าไม่ฟัง มันก็พังเหมือนเชลซีปีที่แล้ว 


        ที่ไม่เล่นตามแผนของเขา ทั้งที่แผนมีไว้แล้ว 


        ชัยชนะครั้งนี้ เขาเดินยืดออกจากสนามพร้อมทุบอกตรงตราสโมสรแมนฯยูฯ ข่มแฟนเชลซีที่ด่าเขาทั้งเกมว่าทรยศ ...


        นั่นรวมทั้งการตบหน้านักเตะเชลซที่แอนตี้ งานของเขาเมื่อปีที่แล้ว...


        ดู 11 คนแรกชุดนี้ก่อนแข่งมีใครคิดว่า...จะชนะเชลซี 2-0


        นี่คืออีกหนึ่งผลงานของ โชเซ มูรินโญ กับการจัดการ "จ่าฝูง" เชลซี ด้วยฝีมือของเขาเองล้วนๆ 

 

Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 999
All post : 6,718
All view : 4,625,742
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263