คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. Jackie

สเก๊าเซอร์ ปะทะสื่อ

16/04/2017 22:32:40 น.


     ประเด็นแรงๆในวงการฟุตบอลอังกฤษเวลานี้คงหนีไม่พ้นสโมสรเอฟเวอร์ตันประกาศห้ามนักข่าวจากแทบลอยด์ฉบับหนึ่งมาทำข่าวที่กูดิสัน พาร์ค และสนามซ้อม หลังเขียนวิจารณ์ รอส บาร์คลีย์ และชาวเมืองลิเวอร์พูลอย่างรุนแรง


        เวลานี้แฟนหงส์และแฟนทอฟฟีไม่อยากเอ่ยชื่อก็รู้ว่าคือเจ้าไหน


        เรื่องนี้..สำคัญอย่างยิ่งและเป็นเรื่องที่สื่อเจ้านี้ต้องเรียนรู้ร่วมกันกับคนในสังคม เพราะดูจะมีปัญหาเพียงเจ้าเดียว ...ในฐานะคนทำสื่อที่แม้ไม่จบวิชาชีพนิเทศศาสตร์หรือวารสารอันใดมา แต่มั่นใจว่า...


        ตัวผม...มีจรรยาบรรณของความเป็นนักข่าวแน่นอนครับ


        ต้นฉบับวันนี้ไม่ได้มุ่งเน้นโจมตีสื่อเจ้านี้และผมเป็นหนึ่งในแฟนหงส์ที่ไม่อ่านสื่อเจ้านี้แม้กระทั่ง ออนไลน์ ไม่เคยคลิ๊กเข้าไปดูข้อมูล ไม่ตามทางโซเชียล มีเดีย อันใดทั้งสิ้น เพราะรับรู้มานานแล้วว่า พวกเขาขาดจรรยาบรรณและความรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวนับจากเหตุการณ์ "ฮิลส์โบโร"


        กระทั่งเรื่องราวที่ผ่านมาเป็น 20 ปี มีการชำระประวัติศาสตร์เรียบร้อยแล้ว ยังไม่มีจิตสำนึกในการนำเสนอเรื่องราว แถมยังลอยหน้าลอยตาเขียนและเสนอข่าวเชิงลบต่อผู้คนในเมืองลิเวอร์พูลต่อเนื่อง


        บังเอิญเหลือเกินที่ข่าวใหญ่ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสองวันที่ผ่านมานะครับ โดยสโมสรเอฟเวอร์ตัน ตัดสินใจสั่งห้ามนักข่าวจากแทบลอยด์ที่เด็กหงส์เรียกว่า  "The Sun Of A Bitch" มาตลอด 28 ปี จนกระทั่งครบรอบ "ฮิลส์โบโร รำลึก" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


        นักข่าวเจ้านี้ทำอะไรรุนแรงจนเอฟเวอร์ต้องตัดสินใจเช่นนั้น การแบนล้าสุดเกิดขึ้นหลังจากสโมสรลิเวอร์พูลดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการต่อยอดในสิ่งที่สื่อเจ้านี้ไม่ยอมสำนึกผิดและรับผิดชอบในการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ฮิลส์โบโร 


        จะว่าไปชาวเมืองลิเวอร์พูลใช้สังคมลงโทษแทบลอยด์ฉบับนี้มาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ฮิลส์โบโร แล้ว ด้วยการการรณรงค์ว่า "แฟนลิเวอร์พูลไม่ซื้อนสพ.ฉบับนี้" ทำให้ยอดขายเป็นแสนลดลงเหลือ หมื่นกว่าๆทุกวันนี้ แทบไม่มีใครรับหนังสือเจ้านี้ไปวางขาย


        มาถึงล่าสุดเมื่อสโมสรเอฟเวอร์ตันกระโดดลงมาแทกทีมด้วยแบบนี้....เชื่อว่าความน่าเชื่อถือของสื่อนี้ในเมืองลิเวอร์พูลน่าจะหมดไปเกือบ 100%


        แฟนหงส์ และแฟนทอฟฟี สองทีมนี้ก็หลักแสน พ่อแม่พี่น้องญาติโกโหติกาของแฟนบอลสองทีมนี้รวมก็หลักล้าน ทั้งหมดคือสายใยที่จะรับไม้การต่อต้านนสพ.เจ้านี้ ซึ่งคงไม่ต้องคลิ๊กเข้าไปอ่านกันอย่างแน่นอน เพราะข่าวสารเชื่อถือไม่ได้และไร้จรรยาบรรณที่สุด ..


        สำหรับแฟนบอลยุคใหม่...ที่อาจจะสามารถค้นหาข้อมูลตามโซเชียล มีเดีย เพื่อรายละเอียดที่มากกว่านี้ก็ทำได้ตามสะดวกครับ ถ้าไม่อยากหา ผมขอสรุปคร่าวๆแค่พารากราฟเดียวในฐานะที่อยู่ร่วมสมัยกับเหตุการณ์เพราะนั่งดูถ่ายทอดสดทางช่อง 7 และติดตามเบื้องหลังนับจาก "ฮิลส์โบโร" มาตลอด 28 ปี ดังนี้...


        หลังเหตุแฟนบอลลิเวอร์พูลเหยียบกันตายในสนามฮิลส์โบโร กว่า 95 คนในสนามและอีก 1 ที่รพ. สื่อเจ้านี้ลงภาพและนำเสนอข่าวว่าแฟนหงส์ปัสสาวะรดศพ และขโมยสิ่งของมีค่าจากผู้เสียชีวิต และเป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุการณ์อัฒจันทน์ เลปปิ้ง เลน พัง ...เหตุการณ์หลังวันนั้นแฟนหงส์ไม่พอใจการนำเสนอข่าวอย่างแรง ถึงขั้นแอนตี้ นสพ.เจ้านี้ในเมืองลิเวอร์พูล และก่อตัวเป็นครอบครัวฮิลส์โบโร เรียกร้องความยุติธรรมจนมาชำระประวัติศาสตร์ในยุคของอดีตนายกเดวิด คาเมรอน ว่าแฟนหงส์ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ฟุตบอล และหาผู้เป็นต้นเหตุแห่งหายนะครั้งนี้ที่ฮิลส์โบโร ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐนั่นเอง


        เรื่องราวชำระกันไปแล้ว...คำขอโทษ ขออภัย จากสื่อเจ้านี้ไม่มีให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม แถมยังมาซ้ำกับเรื่องราวของ รอส บาร์คลีย์ ดาวโรจน์ของเอฟเวอร์ตัน หลังจากโดนชกในผับเมื่อกลางสัปดาห์ 


        คอลัมนิสต์ที่ชื่อ เคลวิน แมคเคนซี เขียนบทความในทำนองเหยียดผิวและเหยียดคนเมืองลิเวอร์พูลว่าเป็นพวกค้ายา, พวกธุรกิจสีเทา คือไม่ได้แค่โจมตี บาร์คลีย์ แต่ดันเล่นถึงคนเมืองลิเวอร์พูล แถมยังมีการพาดพิง บาร์คลีย์ เหมือนกอริลลา....ซึ่งบังเอิญเขามีเชื้อสายไนจีเรีย !!!!!


        เอฟเวอร์ตันเลยถือโอกาสนี้ แบน นักข่าวเจ้านี้ทั้งสนามซ้อม, และสนามแข่งขันอย่างไม่มีกำหนด ขานรับจากสโมสรลิเวอร์พูลที่แบนนักข่าวเจ้านี้ไปเมื่อก.พ. ที่ผ่านมา และก่อนเกมที่เอฟเวอร์ตันจะยำใหญ่เบิร์นลีย์ 3-1 แฟนบอลถือป้ายประท้วง และมีป้ายจากแฟนบอลติดหน้ากูดิสัน พาร์คว่า "ไม่ต้อนรับสื่อเจ้านี้ในเมืองลิเวอร์พูล"


        สโมสรเอฟเวอร์ตันแถลงการณ์ว่า " หนังสือพิมพ์ต้องรู้ว่าการมุ่งเป้านำเสนอข่าวโจมตีเมืองนี้ ทั้งผู้คน, สังคมของเมือง เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้" ล่าสุดตำรวจเมอร์ซีย์ไซด์ เตรียมสอบสวนเรื่องเนื้อหาของ แมคเคนซี ว่าเข้าข่าย "อาชญากรเหยียดผิว" หรือไม่


        โอเคครับ..แทบลอยด์เจ้านี้ ทำอะไรรุนแรงขนาดนั้นเลยหรือ

 


        แยกกันเป็นเรื่องๆนะครับ เรื่อง ฮิลส์โบโร นั้นลิเวอร์พูล สั่งแบน และคนเมืองนี้รวมทั้งแฟนเอฟเวอร์ตันส่วนมากก็ไม่อ่านนสพ. รวมทั้งออนไลน์ ด้วย นั่นหมายความว่ามันมีเชื้อแห่งความไม่ชอบสื่อเป็นต้นทุน 


        ล่าสุด เคลวิน แมคเคนซีย์ ได้เขียนคอลัมน์ของเขาพาดพิงถึงเรื่อง บาร์คลีย์ เหมือนจะเป็นการจงใจและมีเจตนาว่าร้ายคนเมืองลิเวอร์พูล เรียกว่าเหมารวมในทางเสื่อมเสีย ดูถูก แถมยังเปรียบเทียบกับบรรพบุรุษของ บาร์คลีย์ ว่า เหมือน "กอริลลา" ซึ่งถ้าใช้คำนี้กับผู้คนในสังคมอังกฤษและยุโรป จะกอริลล่า และลิงพันธ์ุไหนก็แล้วแต่ มันคือเหยียดผิว


        บังเอิญค้นตระกูลของ บาร์คลีย์ เป็นชาวไนจีเรียซะด้วยสิ 


        เนื้อหาบางส่วนของอดีต บก. แมคเคนซีย์ ถูกลบทิ้งไปแล้วมีดังนี้ครับ


        In the article, which has since been taken off the newspaper's website, former editor MacKenzie said:


        **Barkley is "one of our dimmest footballers", also calling him "thick".


        บาร์คลีย์ "คือหนึ่งในนักเตะที่ไม่ฉลาดที่สุดของพวกเรา"นอกจากนี้ยังเรียก บาร์คลีย์ ว่าเป็นพวก "ปัญญาทึบ" หรือ "โง่" นั่นแหละ


        dim ; สแลงคนอังกฤษคือไม่ฉลาด และ thick คือ ปัญญาทึบ เรียนรู้ช้า จะบอกว่าโง่ ก็ได้


        **His eyes make him "certain not only are the lights not on, there is definitely nobody at home", adding: "I get a similar feeling when seeing a gorilla at the zoo


        ดวงตาของเขาทำให้เขาดูเหมือน "ไม่ใช่แค่พวกตาปรือ สะลึมสะลือ แต่เหมือนถูกขังไว้ในบ้าน"และ "ผมมีความรู้สึกคล้ายๆกับเวลาที่มองเห็นกอริลลาในสวนสัตว์"


        **Men with similar "pay packets" in Liverpool are "drug dealers" and in prison.


        ผู้นคนที่ดูเหมือนป๋า สายเปย์ ในเมืองลิเวอร์พูลคือพวก "ค้ายา" และอยู่ในคุก


        **Alongside the article, The Sun published adjoining pictures of Barkley and a gorilla on their website with the caption "Could Everton's Ross Barkley represent the missing link between man and beast?" The picture was later remove


        นอกจากบทความแล้ว สื่อเจ้านี้ยังลงรูป บาร์คลีย์ และ กอริลลาในเวบไซด์ พร้อมใต้ภาพว่า "รอส บาร์คลีย์ ของเอฟเวอร์ตัน คือสิ่งที่หายไประหว่างคนกับอสูรร้าย? ซึ่งตอนนี้ถูกลบทิ้งไปหมดแล้วครับ


        โอ้โห....แหม่ๆๆๆๆ นี่เล่นซะเรื่องใหญ่เลย... นาย เคลวิน แมคเคนซีย์ 


        ถามว่า...แมคเคนซีย์ มีหรือจะไม่รู้??? เรื่องรากเหง้าของ บาร์คลีย์ ที่มาจากไนจีเรีย รุ่นปู่รุ่นตา ถ้าไม่รู้แต่ดันมีคำว่า "กอริลลา" หลุดออกมาในคอลัมน์ได้ไง ผมว่าเขารู้ คอลัมนิสต์ ระดับเก๋าเกมทำงานมานาน ไม่รู้ได้ไง แต่แกล้งเขียนถึง..กอริลลา แบบนี้ มันส่อเจตนาชัดๆ แดกดัน โชว์เหนือตามสไตล์นักเขียนอังกฤษ เหยียดแบบไม่เหยียด


        ว่าแล้ว...เอฟเวอร์ตันเลยถือโอกาสทำความดีร่วมกับทีมลิเวอร์พูล จัดสั่งแบนในวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นนัยให้เห็นเลยว่า คนเมืองลิเวอร์พูลจากสองสโมสรแอนตี้สื่อเจ้านี้ผ่านวันที่ 15 เม.ย. ให้ผู้คนในสังคมอังกฤษรับรู้ไปด้วย


        ถึงความไร้จิตสำนึกของสื่อที่ไม่ดูแลคอลัมนิสต์ตัวเองให้อยู่ในกรอบที่พึงประสงค์


        ขณะเดียวกันตอนแรกนายกเทศมนตรีเมืองลิเวอร์พูลคือท่านนายก โจ แอนเดอร์สัน จะสั่งเดินขบวนประท้วง แต่แล้วเปลี่ยนใจบอกว่าไม่อยากให้วันดีอย่างการรำลึกถึงฮิลส์โบโร มามัวหมองเพราะเรื่องนี้ 


        แต่แฟนเอฟเวอร์ตันต่างทำป้ายแสดงพลังสนับสนุน บาร์คลีย์ และโจมตี สื่อเจ้านี้ผ่านสื่อทีวีให้เห็นกันไปแล้ว


        น่าสนใจในมุมที่ว่า..ทำไม เคลวิน แมคเคนซีย์ มาแตะเรื่องของ บาร์คลีย์ ในสัปดาห์ของ "ฮิลส์โบโร" และทำไมสื่อเจ้านี้ไม่รอบคอบในการนำเสนออะไรที่มันละเอียดอ่อนต่อผู้คนในเมืองที่เขามีเชื้อของความเกลียดชังสื่อเจ้านี้อยู่ 


        ทำไม...นำเสนอเรื่องละเอียดอ่อนในห้วงเวลาที่ คนเมืองลิเวอร์พูลหรือสเก๊าเซอร์ กับสื่อต้องการทำความเข้าใจ ประสานเชื่อมรอยร้าวให้กลับมาดีกว่าเดิมให้ได้ 


        ทำไม...ทำไม


        สื่อเจ้านี้ถูกมองแบบนี้แล้วครับว่า "จงใจ" และ "เจตนา" ทำสงครามสื่อกับสเก๊าเซอร์ ส่วนเรื่อง "เหยียดผิว" หรือไม่นั้ยปล่อยเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะโดนความกดดันจากสเก๊าเซอร์ ให้สอบสวนคอลัมนิสต์ รายนี้ ที่แม้จะถูกแขวนชั่วคราวจากสื่อเจ้านี้และคอลัมน์ของเขาถูกลบทิ้งไปแล้ว แต่คนเขาก๊อปปี้ เอาไว้ประจานหมดแล้ว


        นี่แหละโลกยุคโซเชียล มันเร็วเพียงแค่ปลายนิ้ว...


        ที่สำคัญสังคมอังกฤษพยายามปรับตัวเองและป้องกันตัวเองจากภัยของโซเชียล มีเดีย ที่จะรู้ทันหรือไม่เท่าทันก็แล้วแต่ เมื่ออำนาจรัฐยังไปไม่ทัน ประชาชนคนอังกฤษในเมืองลิเวอร์พูลนี่แหละดำเนินการลงโทษก่อน


        เพื่อเป็นบรรทัดฐานด้วยส่วนหนึ่ง        


        การล้อเล่น...ล้อเลียน...เรื่องละเอียดอ่อน....โดยเฉพาะการเหยียดผิวและการดูหมิ่นผู้เสียชีวิต มันเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสุดท้ายแล้วมันกลับเข้าสู่เรื่องพื้นฐานของชีวิตซึ่งนั่นก็คือ...


        สิทธิมนุษยชน...


        คำๆนี้ ในประเทศสารขันธ์ไม่รู้จักแน่นอนครับ เพราะมีปัญหากันมาทั้งชีวิต ส่วนที่อังกฤษ เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่


        โดยเฉพาะประเด็นล่าสุดของการสั่งห้ามสื่อเจ้านี้ทำข่าวในสถานที่ๆเกี่ยวข้องกับสโมสรเอฟเวอร์ตัน ต่อจากสโมสรลิเวอร์พูลเมื่อสองเดือนก่อน


        แฟนหงส์ไม่ต้องทำหนังสือขอบคุณทีมทอฟฟีที่มาร่วมด้วยช่วยกันแอนตี้สื่อไร้จรรยาบรรณาเจ้านี้ เพราะรับรู้กันในใจสื่อถึงกันได้ และแสดงให้เห็นถึงบทบาทและความรับผิดชอบของสโมสรฟุตบอลที่แม้แข่งขันกันเอาเป็นเอาตายในสนาม


        ท้ายที่สุดแล้ว...จับมือเดินไปด้วยกันเพื่อสังคมที่ดีกว่า


        ความสวยงามของกีฬามันเป็นแบบนี้...เขียนเรื่องนี้ ทำให้ย้อนนึกถึงวลีอมตะของ ปรมาจารย์ลูกหนังระดับเซอร์ บิลล์ แชงค์ลีย์ ของชาวหงส์ที่สะท้อนความเป็นไปในโลกของฟุตบอลมาตั้งแต่ครึ่งศตวรรษที่แล้ว และยังทันสมัยอยู่เสมอ


        Some people believe football is a matter of life and death


        I can assure you it is much, much more important than that.


        แม้สู้กันเอาเป็นเอาตาย เป็นเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาณ์บี้ แมตช์ ที่สุดยอดของเกาะอังกฤษแต่เมื่อถึงเวลาต้องจับมือร่วมกันต่อต้านการไร้จรรยาบรรณของสื่อและนักข่าวจากแทบลอยด์เจ้านี้ เอฟเวอร์ตัน กับลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นว่า


        ฟุตบอลมันมีความหมายมากมายกว่าเวลาแค่ 90 นาทีในสี่เหลี่ยมสนามหญ้า 


        อย่าคิดแค่แพ้ชนะกันเพื่อบอกว่า "กู" เก่งกว่า ฟุตบอลระดับมืออาชีพมันมีอะไรมากกว่าผลการแข่งขันเหมือนเรื่องราวที่เอฟเวอร์ตันกับลิเวอร์พูลนำเสนอผ่านสื่อให้ชาวโลกได้ตระหนักและรับรู้อย่างแท้จริง


Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 998
All post : 6,718
All view : 4,609,685
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263