คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. Jackie

มู VS คอนเต้

15/04/2017 23:50:03 น.


     มีการประลองปัญญาทางฟุตบอลให้ตื่นเต้นอีกแล้ว


        โชเซ มูรินโญ ปะทะ อันโตนีโอ คอนเต้ ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เที่ยวนี้มึความหมายต่อทั้งสองทีมและสองโค้ชเช่นเดัยวกันแม้ว่ามันไม่แตกต่างอะไรกับเกมหนึ่งเกมที่ต้องการสามคะแนน แต่ผลข้างเคียงหลังจากนั้น


        มหาศาลครับ


        ผมว่ามันมากกว่า 3 คะแนน แม้ทุกเกมมันมีความสำคัญเท่ากันคือสามคะแนนจริงอยู่ แต่บางเกมมันมีค่ามากกว่าสาม ไม่ใช่ 6 แต่มันอาจจะมากกว่านั้น เหมือนเกมที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย.นั้


        มูรินโญ รับมือทีมเก่าที่เขาพาคว้าแชมป์และทำเกือบตกชั้น พร้อมปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเขาคอนโทรลนักเตะไม่ได้อีกต่อไป วันนี้ทีมเก่าของเขาที่เคยถล่มเขา 4-0 อันเป็นความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดในลีก กลับมาเยือนพร้อมทั้งเป็น "จ่าฝูง" และ "ว่าที่แชมป์"


        เขาจะยอมให้ผ่านไปอย่างง่ายดายอย่างนั้นหรือ?


        เดิมพันมากกว่าสามคะแนนคือผลพวงหลังจากนั้น ถ้าเชลซี ชนะ พวกเขามุ่งหน้าเข้าหาแชมป์มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าแมนฯยูฯ ชนะ การลุ้นพื้นที่ชปล. ยังเปิดกว้างสหรับพวกเขา ไม่ได้แคบอะไรขนาดนั้น


        ถ้าเสมอ....


        ปีศาจแดงจะเก็บแต้มที่ 10 จากผลเสมอในโรงละคร อันเป็นปัญหาที่สร้างความเซ็งให้กับเด็กผียิ่งนัก เหมือนยังไม่ก้าวไปข้างหน้า ยังอยู่กับที่ในยุค โชเซ มูรินโญ ทั้งที่ผลงานในบ้านควรเป็นจุดแข็ง 


        นี่เล่นในบ้านกลับชนะน้อยกว่าเสมอ


        เป้าหมายต่างกัน...แต่เดิมพันต้องบอกว่าอันตรายอย่างยิ่งครับ


        พูดถึงความพร้อมสองทีมต้องยอมรับว่า โชเซ มูรินโญ คงไม่ได้เป็นรองอะไรขนาดนั้น แม้มีเกมเมื่อคืนวันพฤหัสบดีกับอันเดอร์เลชท์ แต่ดูเจตนาการจัดตัวมองเห็นว่าเขาคิดถึงเกมกับเชลซี อย่างไม่ต้องสงสัย 


        เหมือนสัปดาห์ก่อนที่เขาบอกว่าในทางทฤษฏีทีมแมนฯยูไนเต็ดยังมีโอกาสไปเตะชปล. ผ่าสนอันดับในลีก เมื่อไม่หมดหวัง มันต้องพยายามมุ่งมั่นต่อไป เขายังไม่ท้อ แต่ขณะเดียวกันคงต้องโฟกัสกับยูโรปา ลีก ด้วยเช่นเดียวกัน


        ผลเสมออันเดอร์เลชท์ ทำให้เกมสองก็มีความกดดันขึ้นมาบ้าง แต่จะว่าไปสกอร์ 1-1 กับ การชนะ 1-0 มีความต่างกันไม่มากเท่าไหร่ เพราะยังไง อันเดอร์เลชท์ ต้องบุกมายิง ประตูให้ได้ และไม่ถึงกับพลิกสถานะการณ์มากมายนัก


        ถือว่าไม่เสียหายมากทั้งสองฝั่ง แมนฯยูฯ เจ้าบ้านได้เปรียบที่ 0-0 ก็พอ แต่เล่นเพื่อสกอร์นี้ มันยากครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าพูดถึงเป้าหมายในเกมเสมอนอกบ้านแบบมีสกอร์ และจัดตัวแบบโรเตชั่น...


        มูรินโญ แฮปปี้ ครับ


        อาจเซ็งกับแนวรุกที่ปิดเกมไม่ได้ทำให้ 15 นาทีสุดท้ายพอผ่อนคันเร่งปุ๊ป โดนปั๊บเลย แต่ถือว่าไม่เสียอะไรมากมาย นัดนี้ตัวที่จะส่งลงสนามรับมือกับเชลซี รับประกันได้ว่าจัดเต๋ม ไม่เสียเปรียบเรื่องสภาพทีม


        ยกเว้นแต่ ฆวน มาต้า ที่เจ็บและอาจพักทั้งฤดูกาลทำให้แนวรุกของทีมนั้นต้องปร้บด้วยเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่ปัญหาแน่กับการที่ไม่มี มาต้า เพราะตัวแทนยังลงสนามได้หลายคนในตำแหน่งเดียวกันนี้ 


        นักเตะที่ มูรินโญ พักงานกลางสัปดาห์จะกลับมาหลายคน ดาบิด เดเคอา เฝ้าเสาเหมือนเดิม แบกซ้าย ลุค ชอว์ จะยืนแทน ดาร์เมียน หลังจากโดน มูรินโญ ตำหนิ เรื่องสภาพจิตใจไม่พร้อมรับใช้แมนฯยูฯ 


        คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ คงต้องใช้ เอริก ไบยี กับ มาร์กอส โรโฮ ต่อไป แบกขวา อันโตนีโอ วาเลนเซีย กลางรับ อันเดอร์ เอร์เรรา ลงมากับ ป๊อกบา ส่วนข้างหน้า วัดกันระหว่างมาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสซี เอ้ย เจสซี ลินการ์ด และ อองโตนีย์ มาร์กซิยาล ผมว่าสามคนนี้ต้องมีคนนั่งดูหนึ่งคน ด้วยเพราะ มูรินโญ ต้องการผู้เล่นด้านกว้างปิดการขึ้นบอลบอลของวิงแบกสองฝั่ง


        ขณะที่อีกสองโควต้าลงเล่นอยู่แล้วคือ มิคกี้ กับ อิบรา 


        แผนของมูรินโญ คือปิดเกมด้านกว้างของเชลซี บีบให้ตัดในมาวัดกันในแดนกลาง พื้นที่ตั้งแต่เส้น 18 หลาถึงกลางสนามหรือไกลกว่านั้นเข้าไปแดนเชลซี ถ้าปิดเกมรุกด้านกว้างได้ เชลซีก็จะลดประสิทธิภาพลงเยอะ


        บีบเหลือข้างในเกมอาจออกมาแบบนัดก่อนคือ....ปะทะ 50-50 มีลูกหนักมาแถมเหมือนเกมล่าสุดที่แพ้ในเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย จนมีใบแดงจาก เอร์เรรา


        ถ้าดูแทกติกสองเกมที่ มูรินโญ ใช้เจอกับทีมเก่าของเขา....นัดแรกแพ้ 4-0 ไม่มี มิคกี้ ในแนวรุก และเป็นช่วงที่ทีมกำลังปรับตัวเพื่อเข้ากับแทกติกของ มู และวันนั้นต้องยอมรับว่า เสียประตูแรกเร็ว ตั้งแต่นาทีที่ 1 ให้กับ เปโดร และประตูที่สอง นาทีที่ 21 


        เกมกับทีมใหญ่เจอ 2-0 ใน 20 นาทีแรกแบบนี้ "ยาก" ครับ ยิ่งเป็นทีมที่กำลังเรียนรู้แทกติกของโค้ชและยังทำไม่ได้ดีนัก ยิ่งยากเข้าไปกันใหญ่ โอเค มันแพ้เยอะแฟนผีเลยเสียหน้ัาโดนล้อสนุกสนานไปตามเรื่องตามราว

 


        แถม มูรินโญ ยังเป็นผู้แพ้ที่ไม่ดี ไปต่อว่า อันโตนีโอ คอนเต้ ที่ทำแสบ ลูกยิง 4-0 ดันปลุกเร้าแฟนบอลให้เฮกันดังๆยาวๆ 


        ขิงก็ราข่าก็แรง...ผมว่า มู คงหงุดหงิดอาการของ คอนเต้ พูดแบบพวกเราคือ "หยาม" และผมเองก็เชื่อลึกๆแม้ คอนเต้ บอกว่าเขามีความเป็นนักกีฬา เคยเป็นนักฟุตบอล แค่กระตุ้นแฟนบอลตัวเอง ที่ยิงเยอะ เล่นดี        


        คอนเต้ มาเนียนๆๆๆ ครับ 555


        หยามนั่นแหละ ว่ากันตรงๆ มู เลยหัวเสีย        


        คราวนี้นัดสองล่าสุดเจอกันในเอฟเอ คัพ มูรินโญ วางแทกติกพิเศษเพิ่ม ด้วยการให้ ฟิล โจนส์ มาช่วยเกมรับ และทำหน้าที่เป็นตัวประกบ หรือแมน มาร์คเกอร์ เอแดน อาซาร์ กระทั่งตามไปเตะในแดนของเชลซี


        ถามว่า...โจนส์ ทำได้ดีขนาดไหนกับบทบาทนี้ ก็ต้องบอกว่าไม่ดีมากพอที่จะหยุด อาซาร์ แต่มันก็ทำให้เกมรุกของเชลซี สะดุด เมื่อ อาซาร์ โดนเตะล้มอยู่บ่อยๆ แถมสลับหน้ากันมาเตะคือ เอร์เรรา จนโดนใบเหลืองที่สองเร็ว จากการตัดสินผิดพลาดของ ไมเคิล โอลิเวอร์ ที่ขาดศิลปะในการตัดสิน


        ใช้กฏ กติกา เคร่งครัดมากจนลืมนึกถึงอรรถรสในเกมบิ๊กแมตช์


        มันมีผลครับสำหรับเกมใหญ่...แม้จะช่วยไม่ได้ที่ทำผิดกติกาสองจังหวะ จะเบาหรือหนักก็ผิด แต่ผู้ตัดสินถ้ามีวิจารณญาณและมองเกมให้ขาด ผมว่าเขาจะเรียกมาเตือนมาขู่ เพราะยังมีเวลาอีกเป็นชั่วโมง 


        เอร์เรรา คงไม่กล้าเตะหรือฟาวล์อีก 


        โอเค...เกมนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของแมนฯยูฯ 0-1 ตกรอบเอฟเอ คัพ แต่มองแทกติกในช่วงยังมี เอร์เรรา ....พวกเขาเล่นได้ดี เพรสซิง จนเชลซี ทำเกมรุกไม่ได้ พอเหลือ 10 คน แทกติกเปลี่ยน 


        คือมี 11 ก็เหนื่อยสุดๆ นี่เหลือ 10 คน ไปกันใหญ่


        เกมที่สามในซีซั่น มูรินโญ จะแพ้สามนัดในซีซั่นเดียวกันอย่างนั้นหรือ ผมมองว่า เขาคงไม่ต้องการแพ้ในบ้าน มันเสียรังวัด ต่อให้เป็นเชลซีก็เถอะ เขาต้องติวเข้มแทกติกที่จะใช้ และผมมองว่าเกมที่แพ้นัดสองในเอฟเอ คัพ คือแทกติกที่จะใช้


        รัดกุม เพรสซิง แดนบน สลับแดนกลาง ถอยรับคุมโซน ป้องกันเกมรุก ตัดตัวรุกเชลซีออกจากเกมให้หมด ที่สำคัญ...แพ้นัดแรก ทีมไม่มี มิคกี้ นะครับ แพ้นัดสองทีม ไม่มี อิบรา ใช้ แรชฟอร์ด เล่นหน้าเป้า


        เกมนี้ผีมี สองตัวรุกหัวใจของแมนฯยูฯ ในยุค มูรินโญ เกมนี้ลงสนามมาพร้อมเพรียงกัน ผมว่านี่คือจุดที่ คอนเต้ ต้องระวังให้มาก อิบรา กับสามกองหลังเชลซี เขาสู้ได้สบายๆ ถ้าบอลถึงเขาบ่อยๆ 


        อันตรายครับ....มี มิคกี้ มาช่วยอีกแรง


        นี่คือจุดที่มีผลต่อแทกติก มูรินโญ ด้วย


        ที่เขียนถึงแมนฯยูฯ เยอะเพราะ 11 คนแรกและแผนของเชลซี เรารู้กันอยู่แล้ว คอนเต้ แทบไม่เปลี่ยนทีมเลย ชุดนี้ขาประจำในระบบ 3-4-3 แค่สลับกันสองตำแหน่งคือ เปโดร, วิลเลียน ใครลงก่อนหลัง และ ฟาเบรกาส กับ มาติช ใครลงก่อนหลังหรือพร้อมกัน โดยบทบาทของ ฟาเบรกาส ทำเกมรุกคู่กับ อาซาร์ ไปเลย 


        อันนี้ต้องวัดใจ คอนเต้ ว่าจะวางแทกติกเกมนี้แบบเล่นรอโอกาส เน้น 1 แต้ม ไม่เสียหาย ถ้าจังหวะสวนกลับเหมาะๆ เปรี้ยงเดียวได้ประตู แล้วกลับมาตั้งรับใหม่ 


        แบบนี้เวิร์คกว่า...มั้ย


        ถ้าถามทัศนะของผมนะครับ...ผมมองว่า คอนเต้ จะเล่นเพลย์เซฟ เขาไม่ต้องการแพ้ในเกมเหมือนนัดที่เจอพาเลส เดี๋ยวจะกดดัน ยิ่งถ้าสเปอร์สชนะในคืนวันเสาร์แต้มเหลือ 4 แล้วถ้าพวกเขาแพ้ 


        สนุกละครับ.....


        อย่างน้อย 1         แต้ม จาก 4 เป็น5  ดูดีกว่าเยอะ


        มู ปะทะ คอนเต้ เที่ยวล่าสุดนี้ เป็นอะไรที่แฟนบอลทั้งสองทีมดูอย่างทอดทน เพราะต้องเล่นตามแผนของตัวเอง และที่สำคัญไม่ปฏิเสธให้มีความผิดพลาดอันใดเกิดขึ้นได้ โดยเด็ดขาด แม้กระผู้ตัดสิน


        ถ้าแมนฯยูฯ จะเสมอเป็นนัดที่ 10 ในบ้าน ไม่น่าคิดว่ามันเสียหาย แต่ผมเชื่อว่าแมนฯยูฯ ไม่น่าจะแพ้เกมนี้ มูรินโญ ไม่ต้องการแพ้ต่อในโรงละคร ส่วน คอนเต้ ไม่ชนะไม่เป็นไร แต่อย่าแพ้ เขาเน้นมีแต้มกลับบ้าน


        บอลคู่นี้ กองเชียร์ อึดอัด....กองแช่งก็รอลุ้น


        แบ่งแต้มมีโอกาสสูงครับ


Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 997
All post : 6,718
All view : 4,603,812
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263