คอลัมน์ : สปอร์ตวาไรตี้ โดย.. นาร์ซิสซัส

บทส่งท้ายของ ''โพลดี้'' กับทีม ''อินทรีเหล็ก''

16/03/2017 13:10:47 น.


     ทุกอย่างมีวันเริ่มต้น ย่อมต้องมีวันสิ้นสุด หลังจากลงเตะให้เยอรมันมานานถึง 13 ปี รวม 129 นัด ก็ถึงเวลา ลูคัส โพดอลสกี้ จะอำลาทีมชาติอย่างเป็นทางการเสียที ในแมตช์อุ่นเครื่องกับ อังกฤษ ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค วันพุธที่ 22 มีนาคม

 

            "โพลดี้" วัย 31 ปี ห่างเหินจากการรับใช้ชาติมานานกว่า 9 เดือน แถมเจ้าตัวเคยประกาศขอยุติบทบาทในนามขุนพล "อินทรีเหล็ก" ตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2016 เหตุผลก็คือเพื่อให้เวลาครอบครัวมากขึ้น เพราะช่วงกลางปีกลายเขากับภรรยา โมนิก้า เพิ่งมีลูกคนที่ 2 เป็นผู้หญิงชื่อ มายา ซึ่งห่างลูกชายคนโต หลุยส์ กาเบรียล และช่วงหลัง โพดอลสกี้ ไม่ได้เป็นแกนหลักเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ถูกเลือกมาในคราวนี้ เพื่อให้เกียรติกับเจ้าตัวที่จะเล่นให้ เยอรมัน ครบ 130 เกมพอดี และเป็นโอกาสที่แฟนๆจะได้ร่วมส่งท้ายขวัญใจรายนี้กันในสนามแข่ง

 

หลังจากเป็นเพียงตัวสำรองในช่วงที่ผ่านมา ก็ถึงเวลาแห่งการอำลาระหว่างเขา และทีมชาติเสียที


            ล่าสุด โพดอลสกี้ ครองสถิติติดทีม "อินทรีเหล็ก" สูงสุดอันดับ 3 และยิงให้ทีมมากสุดอันดับ 3 (48 ประตู) แม้ทำสกอร์ไม่ได้อีกตั้งแต่นัดเสมอ ออสเตรเลีย 2-2 ที่สนาม ฟริตซ์ วอลเตอร์ สตาดิโอน เมื่อ 25 มีนาคม 2015 ถือเป็นเส้นทางอันยาวไกล และเหลือเชื่อมาก สำหรับลูกชายของ วัลเดมาร์ อดีตหัวหอกของสโมสรเล็กๆในลีกโปแลนด์ กับ คริสตีน่า นักแฮนด์บอลทีมชาติโปแลนด์ ซึ่งเกิดที่ไกลวิซในโปแลนด์ และอพยพมาเยอรมันตอน "โพลดี้" อายุ 2 ขวบ โดยครอบครัวได้สิทธิ์พลเมืองในฐานะลูกหลานชาวไกลวิซ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมัน

 

รูดี้ เฟิลเลอร์ คือผู้มอบโอกาสให้ "โพลดี้" ได้ติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่เป็นครั้งแรก


            ปลายปี 2003 สื่อมวลชนโปแลนด์เคยเสนอให้ทีมชาติเรียก "โพลดี้" ไปใช้งาน แต่กุนซือตอนนั้นคือ พาเวล ยานาส กลับปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า "วันนี้เรามีกองหน้าดีๆมากมายในโปแลนด์ (มาเร็ค ซากานอฟสกี้, มาไซ ซูราฟสกี้, อันเดอร์ไซ นีดซีลัน, เยเรนุซ เยเลน, พาเวล ครีซาโลวิซ, เกอร์เซกอร์ซ ราเซี๊ยค, โทมัซ ดาวิดอฟสกี้) และผมไม่เห็นเหตุผลที่จะเรียกคนอื่นเพียงเพราะเล่นดีแค่ 1-2 นัดในบุนเดสลีกา แถมไม่ได้เป็นตัวจริงในสโมสรของเขาด้วยซ้ำ" โดยฤดูกาล 2003-04 "โพลดี้" เป็นตัวจริงให้ 1. เอฟเซ เคิล์น 18 ครั้ง ตั้งแต่นัดแรกที่เล่นให้ทีมชุดใหญ่

 

2 ประตูแรกที่ทำได้กับทีมชาติ มาจากตอนเยือนแผ่นดินสยาม และช่วยให้ "อินทรีเหล็ก" ชนะไป 5-1


            แม้ฤดูกาลนั้นต้นสังกัดของ "โพลดี้" ตกชั้นจากบุนเดสลีกา แต่ผลงาน 10 ประตู ในการเตะ 19 เกม ถือว่าโดดเด่นมากสำหรับเด็กอายุ 18 ปี จน รูดี้ เฟิลเลอร์ กุนซือทีมชาติเยอรมัน เรียกมาเล่นครั้งแรกตอนอุ่นเครื่องแพ้ ฮังการี 0-2 ที่สนาม ฟริตซ์ วอลเตอร์ สตาดิโอน เมื่อ 6 มิถุนายน 2004 โดยลงไปแทน เฟรดี้ โบบิช ช่วง 16 นาทีสุดท้าย กลายเป็นนักเตะลีกาสองคนแรกในรอบ 29 ปี ที่มีโอกาสติดทัพ "อินทรีเหล็ก" ชุดใหญ่ โดยยุคนั้น เยอรมัน มีปัญหาในการปั้นกองหน้า ดาวรุ่งบางคนอย่าง เบนยามิน เลาธ์ กับ ไมค์ ฮานเค่ สูญหายไปกับกาลเวลา

 

13 ปีกับทีมชาติ เขาลงสนาม 129 นัด ยิง 48 ประตู ไปทำศึก ยูโร 4 สมัย ฟุตบอลโลกอีก 3 ครั้ง


    taBโพดอลสกี้ ไปทำศึก ยูโร 2004 รอบสุดท้ายในฐานะสมาชิกที่อายุน้อยสุด ทั้งๆเพิ่งมีโอกาสเตะให้ทีมชุดใหญ่แค่ 16 นาที แต่เขาก็มีส่วนร่วมกับการแข่งขันเพียง 45 นาที จากนั้นหัวหอกจากเมืองโดม กลายเป็นสมาชิกขาประจำของ เยือร์เก้น คลิ้นส์มันน์ กุนซือทีมชาติคนใหม่ ประตูแรกที่ "โพลดี้" ทำได้ เกิดขึ้นตอนอุ่นเครื่องชนะ ไทย 5-1 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 21 ธันวาคม 2014 แถมเขายิงคนเดียว 2 สกอร์ แม้ลงสนามแทน โธมัส เบอร์ดาริช ในช่วง 30 นาทีสุดท้าย และนับตั้งแต่นั้น เบอร์ดาริช ก็ไม่มีโอกาสในทีมชาติอีกเลย

 

สมัยจับคู่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ และช่วยให้ เยอรมัน คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2006


            หลังจากช่วย เคิล์น คว้าแชมป์ลีกาสองฤดูกาล 2004-05 โดยเขารั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของลีก โพดอลสกี้ ถูกเรียกตัวไปทำศึก คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2005 ในฐานะหัวหอกตัวหลัก และช่วยให้ เยอรมัน คว้าอันดับ 3 ถัดมาอีกปีเดียว ก็ได้อันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2006 กับพลพรรค "อินทรีเหล็ก" ซึ่งแผงกองหน้ามีเขายืนคู่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ชาวโปแลนด์อพยพอีกราย และ "โพลดี้" ครองรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน แต่พอย้ายไปอยู่ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาล 2006-07 ผลงานก็ตกฮวบฮาบ กระทั่งถูกโยกกลับมาเล่นปีกซ้ายอีกครั้งช่วงปลายปี 2007

 

เคยสร้างประวัติศาสตร์ซัดคนเดียว 4 ประตู ในเกมถล่ม ซาน มาริโน่ 13-0 เมื่อปี 2006


            อย่างไรก็ตาม โพดอลสกี้ กลายเป็น 1 ใน 4 นักเตะทีมชาติเยอรมัน ที่ซัดคนเดียว 4 ประตู ตอนทำศึก ยูโร 2008 รอบคัดเลือก แมตช์บุกถล่ม ซาน มาริโน่ 13-0 เมื่อ 6 กันยายน 2006 สุดท้ายเขาไปเตะ ยูโร 2008 ในฐานะปีกซ้าย โดยหัวหอกคือ โคลเซ่ ส่วนกองหน้าเบอร์ 2 กับ 3 คือ มาริโอ โกเมซ และ เควิน คูรานี่ เพราะกุนซือ โยอาคิม เลิฟ ปรับแผนการเล่นเป็น 4-2-3-1 แต่ โพดอลสกี้ ก็โชว์ฟอร์มสุดยอดในตำแหน่งใหม่ แถมการยิง 3 แอสซิสต์อีก 2 ประตู ช่วยให้เจ้าตัวคว้ารางวัลรองเท้าเงิน หรือดาวซัลโวสูงสุดอันดับ 2 ของการแข่งขัน

 

รางวัลรองเท้าเงิน ที่ได้จากการโชว์ฟอร์มเยี่ยมตลอดศึก ยูโร 2008 ในฐานะปีกซ้าย


            ตอนอยู่ บาเยิร์น ทำให้มีโอกาสครองดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศฤดูกาล 2007-08 (ไม่รวม เดเอฟเบ ลีกา โพคาล 2007) ทั้งๆเกมลีกทำได้เพียง 5 ประตู ฟอร์มของ "โพลดี้" กระเตื้องขึ้นตั้งแต่กลับไปอยู่ เคิล์น ฤดูกาล 2010-11 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ยิงถึงเลข 2 หลัก ฤดูกาลถัดมายิง 18 ประตู เป็นผลงานดีสุดตลอดการเตะบุนเดสลีกาของเขา ปี 2010 โพดอลสกี้ ช่วยให้ เยอรมัน คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกอีกครั้ง แต่ศึก ยูโร 2012 พวกเขาไปไกลแค่รอบรองชนะเลิศ หลังจากนั้น "โพลดี้" ย้ายเข้ารัง อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวสูงสุดในชีวิต 15 ล้านยูโร

 

ยังคงเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติอย่างต่อเนื่อง แม้เข้าสู่ยุคของเทรนเนอร์ โยอาคิม เลิฟ


            แต่ฟอร์มในทีมชาติกลับค่อยๆตกลง ช่วงต้นปี 2011 ถึงต้นปึ 2013 เจ้าตัวยิงไปเพียง 2 ประตู แอสซิสต์ไม่ได้เลย นอกจากนั้นรุ่นน้องทั้ง มาร์โค รอยส์, อันเดร เชือร์เล่ รวมถึง มาริโอ เกิตเซ่ ต่างเล่นปีกซ้ายดีกว่า ขณะ โธมัส มึลเลอร์ กลายเป็นตัวแทน โคลเซ่ ในตำแหน่งหัวหอก ทำให้ "โพลดี้" ต้องนั่งสำรอง แต่เพราะ รอยส์ บาดเจ็บ แถมยังเล่นกองหน้าตัวเป้าได้ ในยุคที่ เยอรมัน ขาดแคลนพอดี เขาเลยติดทัพไปร่วมทำศึกฟุตบอลโลก 2014 แม้มีโอกาสลงสนามแค่ 2 นัด รวม 53 นาที แต่ โพดอลสกี้ ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแชมป์โลก และคว้ารางวัลแรกในการเล่นทีมชาติ

 

ความสำเร็จสูงสุดของ "โพลดี้" กับทีมชาติ คิอการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล


            โอกาสในทีมชาติยิ่งมึดมนลงไปอีก เมื่อกลายเป็นตัวสำรองใน อาร์เซน่อล และถูกส่งให้ อินเตอร์ มิลาน ยืมไปช่วงต้นปี 2015 แต่การย้ายสู่ กาลาตาซาราย ช่วยให้ "โพลดี้" คืนฟอร์ม จนยังมีชื่อติดทีมชาติอย่างต่อเนื่อง แม้ยุคหลัง เยอรมัน เริ่มใช้ โยนาส เฮ็คทัวร์, คาริม เบลลาราบี้ กับ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ในตำแหน่งปีกซ้าย สลับกับ รอยส์ รวมถึง เชือร์เล่ มากขึ้น ขณะ โกเมซ, มึลเลอร์ รวมถึง เกิตเซ่ กลายเป็นหัวหอกตัวเป้า หลังจากไปเตะ ยูโร 2016 แต่มีโอกาสลงสนาม 1 นัด 18 นาที โพดอลสกี้ ก็รู้แล้วว่าเวลาของเขากับทีมชาติคงมาถึงช่วงสุดท้าย

 

ความทรงจำที่แฟนบอลเมืองเบียร์มีต่อ "โพลดี้" จะไม่จางหายไปกับกาลเวลาแน่นอน


            ซึ่งการเตะกับ อังกฤษ คือการทิ้งทวน ซึ่งเราได้แต่หวังว่ามันจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีระหว่างเขา กับแฟนบอล และถึงจบแมตช์นี้ไปแล้ว ก็คงไม่มีใครลืมว่านักเตะที่ชื่อ "โพลดี้" เคยสร้างสิ่งต่างๆให้ทีม "อินทรีเหล็ก" ไว้มากมายเพียงใด

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : นาร์ซิสซัส

จำนวนเรื่อง : 1,496
All post : 1,464
All view : 2,588,017
คอลัมน์ สปอร์ตวาไรตี้

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263