คอลัมน์ : สปอร์ตวาไรตี้ โดย.. นาร์ซิสซัส

นับถอยหลังสู่วันอำลา ฟิลืปป์ ลาห์ม

08/02/2017 15:33:44 น.


     เด็กๆหลายรายฝันอยากเป็นกองหน้า, จอมทัพ หรือผู้รักษาประตู เพราะมีโอกาสสร้างชื่อเสียงมากกว่า แต่ ฟิลิปป์ ลาห์ม พิสูจน์แล้วว่ากองหลังอย่างเขา ก็สามารถประสบความสำเร็จอย่างสูง และเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกได้เช่นกัน

 

            ลาห์ม อาจไม่ได้รับงานพรีเซนเตอร์มากมาย ขายสินค้าซึ่งมีชื่อ หรือหมายเลขชองตัวเองเป็นกอบเป็นกำ จนมีรายรับติดอันดับต้นๆของวงการ เหมือน ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่มีบางอย่างทั้ง 2 คนนั้นอาจต้องแอบอิจฉาคือ ลาห์ม ซิวแชมป์เกือบทุกรายการที่ลงสนาม โดยไม่ต้องลงทุนย้ายไปหากินไกลบ้าน เพราะเขาคือชาวมิวนิคโดยกำเนิด ตลอดชีวิตค้าแข้ง ออกนอกแคว้นบาวาเรียแค่ 2 ปี ตอนถูก เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค ส่งให้ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ยืมตัวช่วงฤดูกาล 2003-04 กับ 2004-05 ด้วยอายุแค่ 33 ปี ก็ลงเตะให้ "เสือใต้" ครบ 501 แมตช์ไปแล้ว

 

ลาห์ม ช็อกแฟนบอลด้วยการยืนยันเรื่องแขวนสตั๊ด วันที่ บาเยิร์น จัดพิธีสดุดีให้เขาเตะครบ 500 นัดกับสโมสร


            ต้องเข้าใจด้วยว่าเยอรมันไม่มีโปรแกรมเตะเยอะเหมือนอีกหลายประเทศ ลีกสูงสุดก็เตะฤดูกาลละ 34 เกม และ บาเยิร์น คือสโมสรระดับยักษ์ใหญ่ของยุโรป สามารถเลือกซื้อคนที่พวกเขาต้องการได้ตลอด และยุคปัจจุบันก็แทบหานักเตะที่พอโด่งดัง ทำผลงานเยี่ยม แล้วจะจงรักภักดีกับต้นสังกัด ไม่งอแงขอขึ้นค่าเหนื่อย หรือย้ายสโมสร ซึ่งเราแทบไม่เห็นข่าวเรื่องทำนองนั้นจาก ลาห์ม แถมระเบียบวินัยดี ให้เล่นตำแหน่งไหน ก็ทำได้ดี ไม่เคยปริปากบ่น และไม่เคยบาดเจ็บหนัก บาเยิร์น จึงไร้ปัญหาเรื่องฟูลแบ๊ก แทบจะไม่ต้องหาใครมาแทน ลาห์ม นานเป็นทศวรรษ

 

ถูกส่งให้ สตุ๊ตการ์ท ยืมตัว 2 ฤดูกาล เพราะมีทั้ง วิลลี่ ซาญอล กับ บิเซนเต้ ลิซาราซู ขวางทางอยู่


            ลาห์ม จึงไม่ได้ยืนหยัดอยู่ในวงการเพราะฝีเท้าอย่างเดียว น่าเสียดายที่เขาเริ่มต้นช้า แม้อยู่ บาเยิร์น ตั้งแต่ 11 ขวบ ช่วงแรกเล่นเป็นกองหน้า ก่อนถอยมาทำหน้าที่มิดฟิลด์ตัวกลาง และมิดฟิลด์เชิงรับ กระทั่งมาเอาดีกับตำแหน่งฟูลแบ๊ก ส่วนหนึ่งที่แจ้งเกิดได้ช้า เพราะยุคนั้น "เสือใต้" มี วิลลี่ ซาญอล เป็นแบ๊กขวา (2000-09) ทางซ้ายคือ มิคาเอล ทาร์นาท (1997-2003) กับ บิเซนเต้ ลิซาราซู (1997-2004) ฤดูกาล 2002-03 ที่ ลาห์ม ขึ้นมาอยู่ชุดใหญ่ปีแรก จึงไม่ได้เตะบุนเดสลีกาสักนาที บางครั้งกุนซือ อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ก็ให้ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ มาเล่นแบ๊กขวาด้วยซ้ำ

 

ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีม "เสือใต้" ตั้งแต่ปี 2009 แทนที่ มาร์ค ฟาน บอมเมล


            ดังนั้นฤดูกาล 2003-04 ลาห์ม วัย 19 ปี จึงถูกส่งให้ สตุ๊ตการ์ท ยืมตัว แต่พวกเขามี อันเดรียส์ ฮิงเคิ่ล (2000-06) เป็นแบ๊กขวาอยู่แล้ว กุนซือ เฟลิกซ์ มากัธ จึงจับไปเล่นแบ๊กซ้ายแทน ไฮโค แกร์เบอร์ ที่อายุ 30 ปี พอหมดสัญญายืม และกลับรัง "เสือใต้" ในฤดูกาล 2005-06 ลาห์ม ได้ร่วมงานกับ มากัธ อีกครั้ง เพราะมาคุม บาเยิร์น พอดี เลยต้องเล่นแบ๊กซ้ายต่อ เพราะ ซาญอล ยังอยู่ และเพิ่งอายุ 28 ปี แม้ ลิซาราซู ย้ายกลับมาเช่นกัน แต่ตอนนั้นอายุ 35 ปีแล้ว ลาห์ม จึงมีโอกาสลงเตะ 20 เกม เป็นตัวจริง 12 หน แต่จบฤดูกาลนั้น ลิซาราซู ก็แขวนสตั๊ด

 

ขวัญใจแฟนบอล "เสือใต้" คนนี้ คือชาวเมืองมิวนิคโดยกำเนิด และเชียร์ บาเยิร์น ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก


            ลาห์ม ต้องรอให้ ซาญอล แขวนสตั๊ด ถึงจะได้เล่นแบ๊กขวาที่ถนัดในฤดูกาล 2009-10 แถมกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล ยังยกปลอกแขนกัปตันทีมให้ด้วย ขณะแบ๊กซ้ายเป็น เอ็ดสัน บราฟไฮด์, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ และ ดีเอโก้ คอนเตนโต้ ซึ่งเจ้าตัวก็รับหน้าที่ดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน แม้ในยุคเทรนเนอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องโยกไปทำหน้าที่มิดฟิลด์ตัวรับ รวมถึงตำแหน่งอื่นๆหลายหน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะตลอดอาชีพค้าแข้ง ลาห์ม เล่นมาหมดแล้ว ไม่ว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง มิดฟิลด์ตัวรับ-รุก ปีกขวา-ซ้าย แบ๊กขวา-ซ้าย รวมถึงเซนเตอร์แบ๊ก

 

เขาเคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกามาแล้ว 7 สมัย และอาจได้ครั้งที่ 8 เป็นการส่งท้ายในฤดูกาลนี้


            ตลอดการรับใช้ "เสือใต้" อย่างยาวนาน ลาห์ม ช่วยต้นสังกัดซิวแชมป์ทั้งหมดถึง 19 รายการ ประกอบด้วยบุนเดสลีกา 7 สมัย (2006, 2008, 2010, 2013, 2014, 2015, 2016), เดเอฟเบ โพคาล 6 สมัย (2006, 2008, 2010, 2013, 2014, 2016), ซูเปอร์คัพ เยอรมัน 3 สมัย (2010, 2012, 2016), ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (2012-13), ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (2014) กับ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ (2013-14) น่าเสียดายที่ได้เป็นแค่นักเตะยอดเยี่ยมอันดับ 2 แห่งปี 2004 และอันดับ 3 ในปี 2006 รวมทั้งได้อันดับ 6 สำหรับการแจกรางวัล ฟีฟ่า บัลลงดอร์ เมื่อปี 2014

 

ลาห์ม ช่วยให้ บาเยิร์น ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย จากการเข้าชิงฯทั้งหมด 3 ครั้ง


            ส่วนการเล่นทีมชาติ ลาห์ม ลงเตะให้ เยอรมัน 113 ครั้ง ตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องที่บุกชนะ โครเอเชีย 2-1 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2004 ยุคเทรนเนอร์ รูดี้ เฟิลเลอร์ ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุแค่ 20 ปี 33 วัน แต่ "อินทรีเหล็ก" กำลังหาแบ๊กซ้ายคนใหม่อยู่พอดี ต่อมาก็ได้เป็นกัปตันทีมหนแรกในแมตช์เสมอ จีน 1-1 เมื่อ 29 พฤษภาคม 2009 ตอน โยอาคิม เลิฟ กุมบังเหียน ซึ่ง ลาห์ม ประกาศอำลาทีมชาติหลังช่วยประเทศบ้านเกิดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 มาครองได้สำเร็จในปี 2014 และมันคือถ้วยรางวัลใบเดียวของเขากับพลพรรค "อินทรีเหล็ก"

 

รูดี้ เฟิลเลอร์ คือคนแรกที่ให้โอกาส ลาห์ม ได้ติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่


            หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ลาห์ม น่าจะได้นั่งแท่นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาชอง บาเยิร์น แทน มัทธีอัส ซามเมอร์ ซึ่งลาออกไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีกลาย แต่เจ้าตัวยอมรับว่างานนั้นยังไม่เหมาะสำหรับเขาในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม "เสือใต้" คงไม่ปล่อยออกไปจากสโมสรแน่นอน และอาจหาตำแหน่งอื่นให้ทำ เพียงแค่รอให้ทุกอย่างพร้อมเสียก่อน เพราะ ลาห์ม เพิ่งประกาศการอำลาสนามหลังจบฤดูกาลนี้ หลังเกมเดเอฟเบ โพคาล รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งพวกเขาชนะ เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก 1-0 เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทั้งๆจะหมดสัญญาช่วงกลางปี 2018

 

เขาคือกัปตันทีมชาติเยอรมัน ชุดที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ เมื่อปี 2014


            แต่ไม่ว่าอย่างไร ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ลาห์ม ก็คือสุดยอดกัปตันทีมที่ยังอยู่ในใจของแฟนบอล "เสือใต้" ทุกคน และมันคงจะเป็นแบบนั้นไปตลอดกาล

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : นาร์ซิสซัส

จำนวนเรื่อง : 1,488
All post : 1,464
All view : 2,492,668
คอลัมน์ สปอร์ตวาไรตี้

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263